Busan Eyeholic & Nail ประสบการณ์ทำเล็บที่เก็บความรู้สึกการเดินทางไว้บนปลายนิ้ว
Jufy
2 days ago
ทุกครั้งที่ไปต่างประเทศ ฉันมักอยากพกอะไรสักอย่างที่ “เป็นของทริปนี้เท่านั้น” กลับบ้าน แต่ของฝากหลายอย่างพอซื้อกลับมาก็มักถูกเก็บเข้าตู้ไปเลย ทริปนี้มาที่ปูซาน ฉันเลยคิดว่าไปทำเล็บดีกว่า อย่างน้อยก็ได้เห็นทุกวัน ก็เลยจองทำเล็บเจลสีพื้นสำหรับมือของ Eyeholic Nail ผ่าน Creatrip ไว้ ด้านล่างคือประสบการณ์จริงและรูปในวันนั้นค่ะ
ฉันจองผ่าน Creatrip รายการคือ “ทำเล็บเจลสีพื้นสำหรับมือ 60 ถึง 90 นาที” ที่เลือกจองผ่านแพลตฟอร์มหลัก ๆ เพราะกลัวไปถึงหน้างานแล้วสื่อสารกันไม่ค่อยได้ เลยอยากดูราคาและรายการให้ชัดก่อน จะได้สบายใจมากกว่า
แต่อยากเตือนไว้ว่า เวลาที่ระบุ 60 ถึง 90 นาทีเป็นแค่ค่าประมาณ เวลาจริงจะขึ้นอยู่กับแบบและสถานการณ์ในวันนั้น ของฉันคือเผื่อเวลาทั้งก่อนและหลังทำเล็บไว้ ไม่ได้นัดกิจกรรมถัดไปติด ๆ กัน สรุปว่าทำแบบนี้ถูกมาก ทั้งกระบวนการเลยไม่ต้องคอยมองเวลา
บรรยากาศภายในร้าน
ความรู้สึกแรกที่เข้าร้านคือสว่างและสะอาด โทนโดยรวมเป็นสีขาวผสมสีไม้ แสงไฟนุ่ม ๆ นั่งแล้วรู้สึกผ่อนคลาย สิ่งที่ทำให้ฉันหยุดมองคือผนังที่มีสีเจลเต็มทั้งแผง ตั้งแต่เหลือง ส้ม แดง ไปจนถึงเขียว น้ำเงิน ม่วง และโทนสีเข้ม เรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ ด้านล่างยังมีโต๊ะวางการ์ดสีและชั้นโชว์ตัวอย่างแบบให้ดูไปเลือกไปได้เลย

แค่เลือกสีก็กินเวลาไปพักใหญ่แล้ว อยากบอกทุกคนว่า สีที่เห็นบนขวดกับสีที่ทาลงบนเล็บจริงอาจต่างกันพอสมควร ดังนั้นแนะนำให้เทียบกับการ์ดสีโดยตรง หรือให้ช่างลองทาสีให้ดูจะชัวร์กว่า ถ้าใครเลือกยากเหมือนฉัน แนะนำให้คิดไว้ก่อนว่าจะเอาโทนอุ่นหรือโทนเย็น ไม่งั้นจะยืนหน้ากำแพงสีนานมาก สุดท้ายสีที่ฉันเลือกคือ สีฟ้าอ่อน
อีกฝั่งของร้านมีมุมเครื่องดื่มเล็ก ๆ มีเครื่องชงกาแฟ แก้วกระดาษ และขนมเล็กน้อย ข้าง ๆ เป็นอ่างล้างมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ จัดวางเป็นระเบียบ เดินเข้าไปด้านในอีกหน่อยมีโซฟาสีเบจ 2 ตัวคู่กับอ่างแช่เท้า ดูแล้วน่าจะทำทรีตเมนต์เท้าได้ด้วย แต่ทริปนี้ฉันทำแค่มือเลยไม่ได้ลอง ระหว่างรอได้มองรายละเอียดพวกนี้ก็รู้สึกว่าร้านใส่ใจเรื่องความสะอาดมาก


ขั้นตอนการทำ
พอนั่งเรียบร้อย ช่างก็เริ่มจัดทรงและเก็บหนังขอบเล็บให้ก่อน ทำอย่างละเอียดมาก มือจะวางบนหมอนรองมือหนัง ๆ แทบแค่ผ่อนคลายให้ช่างทำได้เลย เราสื่อสารกันด้วยแอปแปลภาษา และโชว์รูปอ้างอิงให้ช่างดู

พอทาสีเสร็จก็ต้องเอามือเข้าไปอบในไฟ LED เพื่อให้เซ็ตตัว ในรูปวงแสงสีฟ้าอมม่วงนั้นคือไฟค่ะ แต่ละชั้นของสีเจลต้องอบไฟทั้งหมด เลยจะทำซ้ำหลายรอบ แต่แต่ละครั้งใช้เวลาไม่นาน ฉันไม่ได้รู้สึกไม่สบาย ระหว่างรอก็เล่นมือถือ หรือดูสีบนผนังไปเรื่อย ๆ เวลาผ่านไปเร็วกว่าที่คิด

โดยรวมแล้ว ความรู้สึกที่ชอบที่สุดคือจังหวะการทำสบายมาก ช่างไม่เร่ง ไม่ต้องคุยตลอด ฉันก็นั่งเงียบ ๆ ดูเล็บตัวเองค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีละนิด
สำหรับฉัน สิ่งที่ได้มากที่สุดในทริปนี้คือความสุขเล็ก ๆ ระหว่างเดินทาง ไม่ต้องเผื่อเวลาครึ่งวัน ไม่ต้องเตรียมอะไรซับซ้อน แค่หาเวลาช่วงบ่ายระหว่างเดินช้อปกับกินข้าว ทำอะไรเล็ก ๆ ให้ตัวเอง พอกลับมาแล้วเห็นสีบนมือทุกวัน ก็จะนึกถึงภาพตอนนั่งอยู่ในร้านวันนั้น มากกว่าซื้อของฝากกองใหญ่ที่เอาไว้จนฝุ่นจับ ฉันรู้สึกว่าแบบนี้คุ้มและมีความหมายกว่า
สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากลอง
1. จองล่วงหน้า: ยืนยันรายการและราคาผ่านแพลตฟอร์มก่อน ช่วงท่องเที่ยวคนเยอะยิ่งควรจองให้ไว
2. เผื่อเวลาให้กว้าง: เวลาบริการอาจนานกว่าที่คิด อย่าอัดตารางแน่นเกินไป และอย่านัดต่อแบบต้องรีบไปขึ้นรถทันที
3. คิดโทนสีไว้ก่อน: สีบนผนังมีเยอะมาก มีทิศทางไว้ล่วงหน้าจะเลือกง่ายกว่า
4. เตรียมรูปอ้างอิง: ถ้ามีแบบที่อยากทำ เซฟรูปไว้ในมือถือให้ช่างดู สื่อสารตรงที่สุด
5. การดูแลหลังทำ: ช่วงสองสามวันแรกหลีกเลี่ยงใช้เล็บงัดของแข็ง ทำงานบ้านให้ใส่ถุงมือ จะช่วยให้เล็บอยู่ได้นานขึ้น
ปูซานมีทั้งวิวทะเลดูได้ไม่หมด และของอร่อยกินได้ไม่เบื่อ แต่บางครั้งการชะลอจังหวะชีวิตไว้สักหน่อย แล้วเก็บช่วงบ่ายเงียบ ๆ ให้ตัวเอง ก็เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเหมือนกัน ครั้งหน้าถ้ามาปูซาน แล้วคุณก็อยากพกของที่เป็นความทรงจำเฉพาะทริปนี้กลับบ้าน ลองใส่การทำเล็บไว้ในแพลนดูนะคะ หวังว่าบทความนี้จะช่วยได้