[ทริปพ่อแม่-ลูกไปโซล] ผม/ฉันวัย 40 กว่า กับลูกสาววัย 20 ปี วิ่งเที่ยวโซลแบบไวใน 1 คืน 2 วัน! รีทัชฟรีภายใน 2 เดือน & ทริปชิมมย็องดงแบบสายฟ้าแลบ รายงานเกาหลี
nAtsuuuuu
12 days ago
ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม ฉันไปทริปโซลแบบแน่นสุด ๆ 1 คืน 2 วันกับลูกสาวที่เพิ่งอายุครบ 20 ปีพอดี! ฉันอยู่ช่วงวัย 40 ส่วนลูกสาวอยู่ช่วงวัย 20 ตอนนี้เราโตเป็นผู้ใหญ่ทั้งคู่แล้ว ทริปนี้เลยเป็นบันทึกทริปแม่ลูกที่จัดเต็มอย่างฉลาดและมีประสิทธิภาพ เราช่วยกันยัด “สิ่งที่อยากทำ” ของแต่ละคนให้ครบที่สุด
🕒 ไทม์ไลน์ทริป 1 คืน 2 วันของเรา วันแรก: ของว่าง (ฮอตด็อกแผงลอยถนนเมียงดง)
➔ 18:00 คลินิก (อควา พีล + แอลดีเอ็ม) ➔ ช้อปที่สาขาเมียงดงของมิมิไลน์
➔ 20:30 มื้อเย็น (ปลาหมึกเป็น ๆ & ยุกฮเว)
➔ ซื้อขนมปังกลับไปกินเช้าวันถัดไป
➔ พักที่โรงแรมโอเรียนส์ วันที่สอง
: 10:00 คลินิก (ปรึกษาฟิลเลอร์ของลูกสาว)
➔ 12:00 เติมสีสักคิ้วกึ่งถาวรของฉัน (ฟรี!)
➔ มื้อกลางวัน (มยองรัง ฮอตด็อก)
➔ ตระเวนโอลีฟยัง
➔ บินกลับด้วยไฟลท์เย็น🌭
วันแรก: ถึงเมียงดงแล้ว! เริ่มทริปด้วยบิวตี้แคร์ช่วงเย็น และมื้อปลาหมึกเป็น ๆ ที่ฝันถึง แวะรับความร้อน ๆ เป็นการต้อนรับที่แผงลอยถนนเมียงดง! ชีสฮอตด็อกที่ลูกสาวอยากกินที่สุด หลังจากถึงโซลและเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่ฐานของทริปนี้ “โอเรียนส์ &โฮเทล เรสซิเดนซ์ เมียงดง” เราก็มุ่งหน้าไปถนนหลักของเมียงดงทันที
สิ่งที่ลูกสาววัย 20 ปีตั้งตารอที่สุดในทริปนี้คือการได้ลองชีสฮอตด็อกจากแผงลอยแท้ ๆ ช่วงหัวค่ำเราไปสั่งทันทีที่แผงที่เริ่มมีคนต่อคิวพอดี สไตล์ที่เกาหลีคือทอดซ้ำให้เห็นตรงหน้า แล้วคลุกน้ำตาลแบบจัดเต็ม จากนั้นเติมซอสมะเขือเทศกับมัสตาร์ดเอง พอลูกสาวกัดคำแรก ชีสยืดแบบยาวเวอร์จนเราเผลอหัวเราะออกมาพร้อมกัน ด้านนอกกรอบ ๆ คู่กับชีสร้อน ๆ เยิ้ม ๆ คือของต้อนรับที่สมบูรณ์แบบ ช่วยล้างความเหนื่อยจากการเดินทางได้ทันที
ตั้งแต่ 18:00 ทำทรีตเมนต์แบบหรู “อควา พีล + แอลดีเอ็ม” ที่คลินิกย่านเมียงดง
หลังจากกินของว่างแล้ว เราไปคลินิกความงามในเมียงดงตามนัด 18:00 เพื่อดูแลผิววัย 40+ ของฉัน ฉันเลือกเซ็ต “อควา พีล” และ “แอลดีเอ็ม (อัลตราซาวด์ผิวฉ่ำน้ำ)” เริ่มจากอควา พีล ที่ใช้หัวทิปพิเศษดูดสิวเสี้ยนและเซลล์ผิวตายออกจากรูขุมขนอย่างนุ่มนวล จะมีความรู้สึกเหมือนปุ๊ด ๆ เบา ๆ แค่นั้นผิวบริเวณจมูกที่เคยสากก็หายไป เรียบลื่นสุด ๆ จากนั้นทำแอลดีเอ็มแบบจัดเต็ม เพื่อช่วยเติมและล็อกความชุ่มชื้นลึกลงไปในผิว ไม่เจ็บเลย และหลังทำเสร็จผิวจะดูฟู ฉ่ำวาวจากข้างในแบบเห็นได้ทันที ที่ดีมากคือแทบไม่มีดาวน์ไทม์ ทำเสร็จออกไปเที่ยวต่อได้เลย ช่วยชีวิตมากสำหรับทริปสปีดแบบนี้
ไม่ต้องไปถึงทงแดมุน! ล่าของน่ารักที่ “มิมิไลน์ สาขาเมียงดง” พอผิวฉ่ำโกลว์แล้ว เราก็ไปต่อที่ร้านแอ็กเซสซอรีและของจุกจิกไซซ์ใหญ่สุดฮิต “มิมิไลน์ สาขาเมียงดง”
สาขาทงแดมุนดังมากก็จริง แต่สาขาเมียงดงเหมาะสุดสำหรับทริป 1 คืน 2 วัน เพราะช่วยลดเวลาเดินทางไปได้เยอะ ข้างในแน่นไปด้วยกิ๊บติดผมน่ารัก ๆ เคสมือถือ และของเทรนด์ ๆ ชิ้นเล็กชิ้นน้อยเต็มไปหมด ลูกสาวเลือกพวงกุญแจและของชิ้นเล็ก ๆ ไปติดกระเป๋านักเรียนอย่างตั้งใจ การได้ช้อปไปด้วยกัน ระหว่างที่ลูกสาวสอนฉันว่าสาววัย 20 เขาฮิตอะไรกัน แล้วเราก็ผลัดกันถกกันว่าจะซื้อชิ้นไหนดี เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขแบบที่มีได้เฉพาะทริปแม่ลูกจริง ๆ

ตั้งแต่ 20:30 ป้ายชะตาฟ้าลิขิตดึงเราเข้าไป! ปลาหมึกเป็น ๆ และยุกฮเว บิบิมบับ

หลังช้อปเสร็จก็ 20:30 พอดี เราเดินผ่านทั้งที่หิวมาก แล้วดันเจอป้ายเมนูที่สะดุดตาทันที ในป้ายมีเมนูที่ตรงกับสิ่งที่เราพูดกันมาตลอดว่า “ทริปนี้ต้องกินให้ได้!” แบบเป๊ะ รู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในร้านเลย เราสั่ง “ซันนักจี (ปลาหมึกเป็น ๆ)” ที่ลูกสาวเล็งมานานจากคลิปวิดีโอ และเมนูโปรดของฉัน “ยุกฮเว (150 กรัม)” พร้อมยุกฮเวบิบิมบับมาคู่กัน พอเห็นซันนักจิกระดิกดุ๊กดิ๊กอย่างมีพลังอยู่บนจาน เราก็คีบด้วยตะเกียบ จิ้มน้ำมันงากับเกลือ แล้วเข้าปาก ความรู้สึกสดใหม่ตอนหนวดดูดติดนี่แปลกใหม่มาก ลูกสาวตื่นเต้นสุด ๆ เคี้ยวกรุบ ๆ แล้วจะมีความหวานออกมาเรื่อย ๆ ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย สำหรับยุกฮเวบิบิมบับ เราคลุกเนื้อดิบเนียน ๆ รสเข้มกับผักกรอบ ๆ และข้าว ใส่โคชูจังแบบไม่ยั้ง แล้วตักคำแรกเข้าปาก รสอูมามิเต็ม ๆ จนหยุดช้อนไม่ได้เลย
ระหว่างกลับจากมื้อเย็นที่อิ่มมาก ๆ เราแวะร้านเบเกอรี่ซื้อขนมปังกลับไปเป็นอาหารเช้าวันที่สอง แล้วค่อยกลับโรงแรม เราพักที่ “โอเรียนส์ โฮเทล” ห้องกว้างมาก มีพื้นที่ให้กางของและจัดของที่ซื้อมาได้สบาย ๆ เลยพักผ่อนได้สบายจริง ๆ
💉 วันที่สอง: ปรึกษาคลินิกของลูกสาว เติมสีสักคิ้ว “ฟรี” ของฉัน และตระเวนช้อปโอลีฟยัง
ตั้งแต่ 10:00 ผลสรุปการปรึกษาฟิลเลอร์ของลูกสาว และคำแนะนำตรง ๆ จากมืออาชีพ
เช้าวันที่สอง เรากินขนมปังที่ซื้อกลับมาช้า ๆ ในห้อง แล้วไปคลินิกตามนัด 10:00 รอบนี้ลูกสาววัย 20 บอกว่าอยากลองทำฟิลเลอร์ (กรดไฮยาลูโรนิก) ในจุดที่กังวล ฉันเลยไปเป็นเพื่อน ตอนปรึกษา พอลูกสาวบอกสิ่งที่อยากทำ คุณหมอก็ดูโครงหน้าอย่างละเอียด แล้วให้คำแนะนำที่ตรงเกินคาดว่า “ด้วยวัยและโครงกระดูกของคุณ ตอนนี้สวยแบบธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ต้องฝืนใส่อะไรแปลกปลอมเพิ่ม ถ้าเติมมากกว่านี้จะเริ่มดูไม่เป็นธรรมชาติ ผมคิดว่ารอบนี้ข้ามไปดีกว่า” ไม่ได้เชียร์ให้ทำหัตถการอย่างเดียว แต่พูดด้วยความจริงใจเพื่อประโยชน์ของลูกสาว ลูกสาวก็เห็นด้วย เราเลยตัดสินใจไม่ทำรอบนี้ ถึงสุดท้ายจะไม่ได้ทำอะไร แต่การได้ฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญตรง ๆ เหมือนช่วยให้สบายใจขึ้น กลายเป็นการปรึกษาที่มีค่ามากจริง ๆ ตั้งแต่ 12:00 ฉันไปเติมสีสักคิ้วกึ่งถาวรที่ทำไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน (ฟรีภายใน 2 เดือน) เป็นการทัชอัพ (บำรุงรักษา) สำหรับ “สักคิ้วกึ่งถาวร” ที่ฉันทำตอนมาเกาหลีเมื่อมิถุนายน คลินิกที่ไปมีระบบที่ดีเกินจริง คือทัชอัพฟรี 1 ครั้งถ้ามาภายใน 2 เดือนของการทำหัตถการ พอดีกลางสิงหาคมเลยยังทันเส้นตาย 2 เดือนแบบฉิวเฉียด เขาเติมบริเวณที่สีเริ่มจางนิดหน่อยให้แน่นขึ้น ผลลัพธ์ออกมาถูกใจมากอีกครั้ง ช่วยลดเวลาการแต่งหน้าตอนเช้าได้เยอะมาก สำหรับผู้หญิงวัย 40 ที่งานยุ่ง ๆ นี่คือการลงทุนประหยัดเวลาที่ดีที่สุด
กินสองวันติดก็ยังไม่เบื่อ! มื้อกลางวันที่ “มยองรัง ฮอตด็อก”
หลังจบคลินิก เราไปกินมื้อกลางวันที่แฟรนไชส์ดัง “มยองรัง ฮอตด็อก” ฉันยอมแพ้ความตื่นเต้นของลูกสาวที่บอกว่า “อยากลองฮอตด็อกคนละแบบกับเมื่อวาน!” ก็เลยกลายเป็นฮอตด็อกสองวันติด (ฮา) แต่มยองรังนี่มันคนละระดับจริง ๆ เพราะแป้งผสมแป้งข้าว ด้านนอกกรอบแต่ด้านในหนึบแบบคาดไม่ถึง เราปรับท็อปปิงฮอตด็อกคลุกมันฝรั่งให้ถูกใจ ใส่ผงฮันนีบัตเตอร์กับซอสพริก แล้วกัดคำโต ๆ ตอนยังร้อนฉ่า “ของแผงลอยเมื่อวานก็อร่อยนะ แต่มยองรังหนึบสุดยอด!” กลายเป็นเทสต์เทียบฮอตด็อกที่ฟินที่สุด
ตามล่า “คิวโซคุ จิคัง (แบบบด)” ที่ขายหมดในญี่ปุ่น และ “เวคเมค” ระหว่างตระเวนโอลีฟยัง!
ปิดท้ายทริปด้วยกิจกรรมคลาสสิกที่มาเกาหลีต้องทำ คือกระโดดเข้ากระโดดออกร้าน “โอลีฟยัง (Olive Young)” เราแวะหลายสาขาแถว ๆ นั้น และคว้าของที่เล็งไว้ได้ครบทุกชิ้น ในบรรดาของทั้งหมดที่ซื้อมา มีชิ้นที่ทำให้เราดีใจเป็นพิเศษคือ พาเลตต์อายแชโดว์ เวคเมค พาเลตต์ 16 สีที่ลูกสาวตั้งใจว่า “ต้องซื้อให้ได้” โทนสีละเอียดสวยกำลังดี สีชัดใช้ง่าย ช่วยมากกับเมคอัพสายเทรนด์ของวัย 20

คิวโซคุ จิคัง (แผ่นเจลกดจุดติดฝ่าเท้า แบบกาว ชนิดบด): บอกตรง ๆ ว่าตอนนี้หายากมากในญี่ปุ่น เพราะขายหมดตามดรักสโตร์มานานแล้ว คือ “แผ่นเจลกดจุดคิวโซคุ จิคัง (แบบกาว ชนิดบด)” ของไลอ้อน ไม่คิดเลยว่าจะเจอที่โอลีฟยังในเกาหลี ดีใจมาก! พอติดที่ฝ่าเท้า ปุ่มนูน ๆ จะช่วยกระตุ้นจุดกดเบา ๆ ความล้าของเท้าที่บวมจากการเดินไม่หยุดในทริป 1 คืน 2 วัน ก็ดีขึ้นแบบเกินคาด ถ้าเจอเมื่อไหร่ แนะนำให้ตุนเลย เป็นไอเท็มลับที่คุ้มมาก

👩👧 หลังจบทริปสปีด 1 คืน 2 วัน
พร้อมตะกร้าเครื่องสำอางและของน่ารัก ๆ เต็มมือ แถมผิวและคิ้วที่ดูโกลว์ขึ้น ทริปสปีด 1 คืน 2 วันของเราก็จบลงอย่างรวดเร็ว เราบินกลับญี่ปุ่นด้วยไฟลท์เย็น สำหรับฉันวัย 40 ดีใจมากที่ได้ทำสกินแคร์แบบล้ำ ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ แถมได้ดูแลคิ้วแบบทัชอัพฟรีภายใน 2 เดือนด้วย ส่วนลูกสาววัย 20 ก็แฮปปี้สุด ๆ ที่ได้เทียบชีสฮอตด็อกสองวันติด ได้รับการปรึกษาอย่างละเอียดที่คลินิกเกาหลีจริง ๆ และได้ช้อปของเทรนด์ที่อยากได้ให้จุใจ สองวันที่ได้ไปนู่นนี่ด้วยกันเหมือนเพื่อนกับลูกสาวที่โตแล้ว กลายเป็นสมบัติล้ำค่าสำหรับฉัน ถึงจะยุ่งจนไม่มีเวลาลาพักยาว ๆ ก็ลองชวนลูกสาวหรือเพื่อนสนิทของคุณสุดสัปดาห์หน้า แล้วออกไปทริปสปีด 1 คืน 2 วันในโซลกันไหม?


