มาเยือนโซลครั้งแรกด้วยตัวเอง — วางแผนการเดินทางยังไงดี? คู่มือเที่ยวสบาย 8 วัน 7 คืนที่แชร์ไว้
zoeeye
2 days ago
✈️ บทนำ
สวัสดีทุกคน! ถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองครั้งแรก ก็น่าจะเหมือนกับฉันเลยค่ะ พอเปิดแผนที่แล้วถึงกับคิดว่า มีที่อยากไปเยอะเกินไป! ตั้งแต่ พระราชวังคย็องบก, หมู่บ้านฮันอกบุกชอน, ฮงแด, เมียงดง ไปจนถึง ล็อตเต้เวิลด์, ตลาดควังจัง และสวนฮานึล ทุกที่ชวนไปหมดเลย แต่ถ้าไม่วางแผนล่วงหน้า ก็อาจกลายเป็นว่าใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่งรถไฟใต้ดินและรีบย้ายที่ไปเรื่อยๆ สุดท้ายเหนื่อยกว่าตอนทำงานอีกค่ะ
ทริปนี้ฉันวางแผนเที่ยวอิสระ 8 วัน 7 คืนที่ โซล โดยกำหนดธีมให้แต่ละวันต่างกัน เช่น วัฒนธรรม ของกิน ช้อปปิ้ง วิวกลางคืน สวนสนุก ทรีตเมนต์ความงาม และวันพักผ่อน จัดเต็มแต่ไม่เร่งรีบ ระหว่างวางแผนก็ไล่ดูไกด์สถานที่ในออนไลน์ ข้อมูลการเดินทาง และโปรส่วนลดต่างๆ ทำให้ทุกอย่างราบรื่นขึ้นมาก
ถ้าคุณกำลังเตรียมไป โซล เหมือนกัน หวังว่าโพสต์นี้จะช่วยเป็นแรงบันดาลใจได้นะคะ!

🔎 วันที่ 1: อย่าเพิ่งรีบเที่ยว พักก่อน
หลายคนพอลงเครื่องปุ๊บก็รีบพุ่งไปสถานที่ท่องเที่ยวทันที แต่จริงๆ ฉันแนะนำว่าอย่าอัดแน่นวันแรกจนเกินไปค่ะ
หลังนั่งเครื่องหลายชั่วโมง ยังต้องผ่านตม. รับกระเป๋า และเข้าเมืองอีก แค่นี้ก็ใช้พลังไปเยอะแล้ว เราเลยไป ชิมจิลบัง แถวสนามบิน อินช็อน ก่อน เพื่อผ่อนคลายและล้างความเหนื่อยจากการเดินทาง จากนั้นค่อยไปโรงแรมแถวเมียงดงเพื่อเช็กอิน ตอนเย็นเดินเล่นเลียบ ลำธารช็องกเยช็อน ชมวิวกลางคืนของ โซล แล้วค่อยๆ ซึมซับบรรยากาศของเมือง
ฉันว่าการจัดแบบนี้สบายมาก แถมช่วยให้ร่างกายปรับจังหวะการเที่ยวได้ และพร้อมสำหรับวันถัดๆ ไปด้วยค่ะ

🏯 วันที่ 2: เก็บแลนด์มาร์กสายวัฒนธรรมแบบคลาสสิกให้ครบในวันเดียว
ถ้ามา โซล ครั้งแรก ฉันแนะนำให้จัด พระราชวังคย็องบก กับหมู่บ้านฮันอกบุกชอนไว้วันเดียวกันเลยค่ะ เพราะอยู่ใกล้กันมาก เดินเที่ยวได้ชิลๆ ไม่ต้องเสียเวลาต่อรถบ่อย
เดินเล่นตามตรอกเล็กๆ ในหมู่บ้าน ฮันอก แล้วจะสัมผัสเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของเกาหลีได้จริงๆ ส่วน พระราชวังคย็องบก ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ตัวแทนที่ช่วยให้รู้จักประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเกาหลีได้ดีที่สุด มื้อเที่ยงลองไปกินแนงมยอนแท้ๆ แถวๆ นั้นก็ได้นะคะ ถึงอากาศจะเริ่มเย็นแล้ว แต่แนงมยอนก็ยังเป็นเมนูคลาสสิกที่พลาดไม่ได้ในเกาหลี เส้นหนึบๆ กับน้ำซุปเย็นเฉียบรสหวานอมเปรี้ยว สดชื่นมาก และเป็นรสชาติที่ฉันประทับใจสุดๆ


🎡 วันที่ 3: กันทั้งวันให้ ล็อตเต้เวิลด์ ไปเลย
ถ้าชอบสวนสนุก ฉันแนะนำให้กันเวลา 1 วันเต็มๆ สำหรับ ล็อตเต้เวิลด์ เลยค่ะ ที่นี่ใหญ่มาก และเครื่องเล่นยอดฮิตมักต่อคิวยาวอยู่แล้ว เลยไม่จำเป็นต้องยัดสถานที่อื่นเพิ่ม จะได้สนุกได้เต็มที่จริงๆ
พอเล่นมาทั้งวัน ตอนเย็นเราไปกินที่ร้านดังเปิดมานานและฮิตมากย่านซ็องซูดง “Famous คัมจาทัง” เป็นร้านที่คนท้องถิ่นชอบ และเป็นร้านที่หลายคนต้องแวะเมื่อมาซ็องซูเลยค่ะ
ซุปกระดูกหมูกับมันฝรั่งร้อนๆ ที่ซี่โครงตุ๋นจนนุ่มเข้าเนื้อ และมันฝรั่งเนื้อนุ่มฟู กินหลังเดินทั้งวันคือฟินมาก เหมือนความเหนื่อยหายไปทันที

🛍️ วันที่ 4-5: ตลาด ของกิน และวิวกลางคืนของ โซล เก็บให้ครบในเซ็ตเดียว
หนึ่งในเสน่ห์ของเกาหลีสำหรับฉันคือ “ตลาดดั้งเดิม” ที่แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์ต่างกัน ตลาดนัมแดมุน เหมาะกับการซื้อของฝากและของใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนตลาดควังจังรวมสตรีตฟู้ดคลาสสิกของเกาหลีไว้แน่นๆ อย่างพาจอนถั่วเขียว คิมบับสาหร่าย และยุกฮเว ที่เป็นเมนูต้องลองที่หลายคนแนะนำ
ช่วงบ่ายเราไปถ่ายรูปที่ทงแดมุนดีไซน์พลาซ่า แล้วไปช้อปต่อที่ห้างแถวนั้น เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านไปเร็วมาก ตอนเย็นเราไป สวนนัคซัน แล้วมองวิว โซล จากข้างกำแพงเมือง เห็นพระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า แล้วไฟเมืองค่อยๆ ติดขึ้นทีละดวง โรแมนติกมากๆ เป็นหนึ่งในวิวกลางคืนที่ฉันชอบที่สุดของทริปเลยค่ะ
หลังจบตารางของวัน เราไป อึลจีโร เพื่อกินจาจังมยอน ที่เกาหลีนอกจากปิ้งย่างกับไก่ทอด ฉันก็อยากแนะนำจาจังมยอนสไตล์เกาหลีมากๆ ซอสเต้าเจี้ยวดำเข้มข้นหวานนิดๆ คลุกเส้นแบบง่ายๆ แต่แน่นท้องสุดๆ เหมาะมากกับการปิดวันแบบจัดเต็ม

🌾 วันที่ 6: สวนฮานึลและฮงแด สัมผัสอีกมุมของ โซล ในวันเดียว
ถ้ามา โซล ช่วงใบไม้ร่วง ฉันแนะนำให้วางแผนไปสวนฮานึลเลยค่ะ ทุ่งหญ้าสีทองขนาดใหญ่ไหวตามลม วิวให้ความรู้สึกต่างจากในเมืองแบบสิ้นเชิง ถ่ายมุมไหนก็ได้ฟีลฤดูใบไม้ร่วงเต็มๆ ตอนบ่ายเราไปย่านฮงแด นอกจากช้อปปิ้งแล้ว ยังสามารถเดินเล่นช้าๆ ซึมซับความคึกคักของวัยรุ่นและการแสดงริมถนนได้ด้วย
มื้อเย็นเราเลือก Okseok Salt Stone Grill ร้านปิ้งย่างเกาหลีที่คนท้องถิ่นนิยมมาก เขาย่างหมูสดบนแผ่นหินร้อนจัดพร้อมเกลือธรรมชาติ ทำให้ด้านนอกเกรียมนิดๆ หอมๆ แต่ข้างในยังฉ่ำ กินแบบไม่ต้องปรุงหนักก็อร่อยมาก กินคู่ผักห่อ กิมจิ และเครื่องเคียงเกาหลีหลากหลายอย่างคืออิ่มจุใจ เป็นการจบทริปของวันได้สมบูรณ์แบบค่ะ

💆 วันที่ 7: ลองทรีตเมนต์ความงามแบบเกาหลี และสัมผัสเสน่ห์สุดชิคของคังนัม
ทริปนี้ฉันตั้งใจจัดเวลามาทำทรีตเมนต์ความงามแบบเกาหลีโดยเฉพาะ เลยวางไว้ช่วงท้ายๆ ของตาราง จะได้ช่วงวันแรกๆ ถ่ายรูปและช้อปได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าเวลาพักฟื้นจะกระทบแผนเที่ยว ฉันว่าจัดแบบนี้ใช้งานได้จริงมากค่ะ
หลังทำทรีตเมนต์ เราเดินเล่นชิลๆ แถวถนนเซเลบริตี้ แล้วไปสตาร์ฟิลด์ไลบรารีเพื่อดูผนังหนังสือยักษ์สุดอลังการ ทั้งโซนโปร่ง โล่ง สว่าง ถ่ายมุมไหนก็ดูโดดเด่น และเป็นหนึ่งในจุดที่คนบอกว่าต้องมาในคังนัมเลยค่ะ ตอนกลางคืนเราวางแผนไปดูโชว์เต้นของนักเต้นผู้ชาย การแสดงสนุกมาก แถมมีปฏิสัมพันธ์กับคนดูตลอด ทั้งวันเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และกลายเป็นความทรงจำที่ลืมไม่ลงจากทริปนี้


🙇♀️ สรุปท้ายโพสต์
ถ้าคุณกำลังเตรียมเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองครั้งแรกเหมือนกัน หวังว่าการแชร์แพลน 8 วัน 7 คืนของฉันจะช่วยให้ได้ไอเดียนะคะ โซล ไม่ได้มีแค่แลนด์มาร์กดังๆ แต่ยังมีตรอกซอกซอย ของกิน และคาเฟ่ที่น่าเดินสำรวจแบบค่อยๆ อีกเยอะมาก แค่มีแผนที่ดี ก็เที่ยวได้แบบสบายๆ แต่ก็อิ่มเอมเต็มอารมณ์ค่ะ
ตอนวางแผนทริปนี้ ฉันอ้างอิงข้อมูลท่องเที่ยว ไกด์สถานที่ และโปรส่วนลดต่างๆ จาก Creatrip เยอะมาก ช่วยประหยัดเวลาหาข้อมูลไปได้เยอะเลย ถ้าคุณกำลังวางแผนไปเกาหลี แนะนำให้เช็ก Creatrip ก่อนสำหรับข้อมูลสถานที่ล่าสุด ข้อมูลการเดินทาง และดีลต่างๆ รับรองว่าช่วยให้ทริปราบรื่นขึ้นแน่นอนค่ะ
ขอให้ทุกคนมีทริปเกาหลีที่เต็มไปด้วยของอร่อย วิวสวยๆ และความทรงจำดีๆ แล้วเจอกันที่เกาหลีนะคะ!


