วันหนึ่งที่สวนสัตว์โซล: ขึ้น Sky Lift เพื่อชมวิวสวนสัตว์จากมุมสูงอย่างปลอดภัย และเพลิดเพลินกับการออกไปสัมผัสธรรมชาติและชีวิตป่าอย่างสะดวกสบาย
小惠
2 days ago
ตอนที่ฉันวางแผนทริปเที่ยว โซล แบบ DIY ครั้งแรก ฉันคิดตามตรงว่า โซล คือเมืองของการช้อปปิ้ง อาหารอร่อย และคาเฟ่เป็นหลัก ไม่เคยรู้เลยว่าที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่แบบ สวนสัตว์โซล อยู่ด้วย

สวนสัตว์โซล ตั้งอยู่ภายใน โซล แกรนด์ พาร์ค ที่เมือง ควาชอน และเดินทางไปได้ง่ายมากด้วย รถไฟใต้ดินสาย 4 สะดวกสุดๆ ใช้เวลาจากตัวเมือง โซล ประมาณ 40 ถึง 50 นาที เหมาะทั้งทริปครึ่งวันหรือเต็มวัน ถ้ามีเวลาเพิ่ม ยังสามารถจัดคู่กับ โซลแลนด์ ที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อความสนุกแบบเต็มวันได้ด้วย
พอเดินเข้าไปปุ๊บ คุณจะเห็นป้ายทางเข้าขนาดใหญ่ของ สวนสัตว์โซล ทันที รอบๆ เต็มไปด้วยความเขียวชอุ่ม ให้ความรู้สึกต่างจากในเมืองที่วุ่นวายแบบคนละโลก และแม้ยังไม่ได้เริ่มเดินเที่ยว ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศผ่อนคลายแล้ว

เพราะสวนสัตว์กว้างมากจริงๆ ฉันแนะนำให้หยิบแผนที่ทันที หรือถ่ายรูปข้อมูลแนะนำไว้ก็ได้ โซนสัตว์ต่างๆ กระจายตามเส้นทางหลายแบบ ถ้าไม่วางแผนก่อน อาจเดินวนเป็นชั่วโมงแล้วกลับมาที่เดิมได้ง่ายๆ
ฉันรู้สึกว่าการวางเส้นทางทำได้ดีมาก ไม่ว่าจะมาเป็นครอบครัวหรือเที่ยวคนเดียว ก็เลือกดูสัตว์ตามเวลาในตารางของตัวเองได้ง่าย ระหว่างทางก็มีป้ายบอกชัดเจน ไม่ต้องกังวลว่าจะหลง
ถ้าอยากประหยัดแรง แนะนำให้วางแผนเริ่มเดินจากด้านบนแล้วค่อยๆ เดินลงมา จะรู้สึกง่ายกว่าการเดินขึ้นเนินตลอดทางมาก

หนึ่งในประสบการณ์ยอดนิยมที่สุดที่ สวนสัตว์โซล คือสกายลิฟต์
นั่งบนเก้าอี้ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปข้างหน้า คุณจะมองเห็นวิวทั่วทั้งโซล แกรนด์ พาร์ค และทิวทัศน์ภูเขาที่เขียวชอุ่ม มุมมองกว้างโล่งและสวยมาก เป็นอีกกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวหลายคนตั้งใจมาลอง
ลิฟต์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสบายๆ ทำให้คุณผ่อนคลายและชมวิวได้เต็มที่ แถมยังมองเห็นบางส่วนของโซนสัตว์จากมุมสูง ซึ่งให้ความรู้สึกต่างไปอีกแบบ
โดยเฉพาะวันที่อากาศดี ท้องฟ้าสีฟ้าใสกับต้นไม้สีเขียวคลุมภูเขา ภาพรวมให้ความรู้สึกสดชื่นและสงบ เพิ่มความชิลให้ทริปได้อีกเยอะ

ระหว่างเดินไปตามทาง ฉันสังเกตเห็นจุดจัดแสดงเสือยักษ์ที่สะดุดตามากทันที
ประติมากรรมเสือตัวใหญ่เข้ากับป่ารอบๆ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่โลกของสัตว์ป่า และยังกลายเป็นแลนด์มาร์กยอดฮิตที่คนแวะถ่ายรูปและเช็กอินกันด้วย
สวนสัตว์โซล ไม่ได้มีแค่การจัดแสดงสัตว์เท่านั้น แต่ยังแบ่งเป็นโซนธีมต่างๆ ทำให้การเดินเที่ยวทั้งวันเหมือนออกผจญภัย พอค่อยๆ เดินลงมา คุณจะเจอรายละเอียดสนุกๆ ระหว่างทางอยู่เรื่อยๆ เหมาะมากกับการเดินเล่นช้าๆ

ตอนที่ฉันไปถึงโซนกวาง บังเอิญเห็นกวางลายจุดตัวหนึ่งนั่งนิ่งๆ อยู่บนหญ้าและกำลังกินอาหาร
เมื่อเทียบกับสัตว์ที่แอคทีฟกว่านี้ กวางดูบอบบางและผ่อนคลายมาก
สวนสัตว์จัดพื้นที่ให้สัตว์ค่อนข้างกว้าง ทำให้ดูเหมือนพวกมันใช้ชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในกรงเล็กๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันประทับใจมาก
ยิ่งเดินต่อก็ยิ่งรู้สึกได้ว่าสวนสัตว์ใส่ใจเรื่องการดูแลสัตว์และการดูแลสภาพแวดล้อมอย่างจริงจัง

นอกจากโซนสัตว์กลางแจ้งแล้ว ภายในสวนยังมีอาคารนิทรรศการด้วย
ผ่านภาพถ่าย โมเดล และคำอธิบาย นิทรรศการจะแนะนำพฤติกรรมของสัตว์แต่ละชนิด งานอนุรักษ์ และถิ่นที่อยู่อาศัย ไม่ได้มีแค่มาดูสัตว์เท่านั้น แต่ยังช่วยให้หลายคนเข้าใจว่าทำไมการอนุรักษ์ถึงสำคัญ
เนื้อหาชัดเจน เข้าใจง่าย ต่อให้มาพร้อมเด็กๆ ก็ทั้งได้ความรู้และสนุกไปพร้อมกัน
เดินไปตามทางเดินแล้วอ่านป้ายจัดแสดง คุณจะได้ความรู้สนุกๆ หลายอย่างแบบไม่รู้ตัว ทำให้ทริปนี้ยิ่งคุ้มค่า
เสน่ห์ที่สุดของ สวนสัตว์โซล คือการผสานธรรมชาติเข้ากับการจัดแสดงสัตว์ พื้นที่กว้างมาก มีทั้งต้นไม้ สนามหญ้า และวิวภูเขาอยู่ทั่วๆ ดังนั้นแม้เป็นวันหยุดก็ไม่รู้สึกแออัดเกินไป
เดินเล่นไปตามทาง คุณจะได้ชมวิวไปด้วย ค่อยๆ ดูสัตว์ไปด้วย แทนที่จะรีบเดินผ่านเหมือนสวนสัตว์บางแห่ง ที่นี่คุณจะได้เพลิดเพลินกับจังหวะของวันอย่างแท้จริง
ถ้าคุณอยู่ในเมืองมานาน การได้ออกมาเดินเล่นแบบนี้ช่วยให้ผ่อนคลายได้มากจริงๆ
ฉันคิดว่าที่นี่เหมาะทั้งครอบครัว คู่รัก และนักท่องเที่ยวสายลุยเดี่ยว ทุกคนเดินเที่ยวตามจังหวะของตัวเองได้ ไม่ต้องรีบ และไม่ต้องเจอกับคิวยาวๆ
ทริปครั้งนี้ที่ สวนสัตว์โซล ทำให้ฉันประทับใจมากที่สุด ไม่ใช่แค่เพราะสัตว์ แต่เพราะบรรยากาศสบายๆ ทั่วทั้งสวน ตั้งแต่มองวิวภูเขาสีเขียว แลนด์มาร์กเสือยักษ์ ไปจนถึงการเดินเล่นชิลๆ ผ่านโซนสัตว์และอาคารนิทรรศการ ทุกช่วงของวันให้ความรู้สึกต่างจากจังหวะในเมืองอย่างสิ้นเชิง
ถ้าคุณมาเที่ยว โซล แล้วไม่อยากให้ทุกวันมีแต่ช้อปปิ้งกับเที่ยวในเมือง และกำลังมองหาที่ที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติและผ่อนคลายจริงๆ ฉันแนะนำให้ใส่ สวนสัตว์โซล ลงในแพลนเลย ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กๆ ก็ใช้เวลาทั้งวันอย่างมีความสุขที่นี่ได้ และเก็บความทรงจำดีๆ กลับไปจากทริป เกาหลี


