ประสบการณ์พิธีชงชาปูซาน กิจัง ชะลอจังหวะชีวิตริมทะเล ให้ตัวเองได้พักผ่อนทั้งกายและใจด้วยทริปสั้นๆ
小惠
4 days ago
ทริปนี้ที่ปูซาน นอกจากจะวางแผนไปจุดยอดฮิตอย่างแฮอุนแด กวังอัลลี และชายฝั่งกีจังแล้ว ฉันยังอยากลองทำอะไรที่แตกต่างจากแพลนเที่ยวแบบเดิม ๆ ด้วย ก่อนเดินทางฉันไปเห็นคลาสดูแลสุขภาพพิธีชงชา “A Little Journey in a Teacup” ของศูนย์เวลเนสเอสเอ็มบี บน Creatrip แล้วก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
ปกติเวลาเที่ยว ฉันมักรีบไปโน่นไปนี่ รีบถ่ายรูป รีบชิมของอร่อยไปหมด เลยแทบไม่ค่อยมีโอกาสได้ช้าลงสักเท่าไร ครั้งนี้เลยจองประสบการณ์พิธีชงชาไว้ หวังว่าจะได้มีช่วงเวลาเงียบ ๆ ให้ตัวเองระหว่างทริป

พอมาถึงศูนย์เวลเนสเอสเอ็มบี สิ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจที่สุดคือวิวด้านนอกหน้าต่าง
หน้าต่างกระจกบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานหันออกไปทางทะเลพอดี ทำให้สามารถชมวิวชายฝั่งกีจังได้จากโต๊ะชงชาเลย วันนั้นฟ้าค่อนข้างครึ้ม แต่ภาพทะเลที่ผสานกับภูเขาไกล ๆ ก็ยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าทึ่ง
บนโต๊ะมีชุดชาและอุปกรณ์ต่าง ๆ จัดเตรียมไว้เรียบร้อย ไม่มีการตกแต่งที่ฉูดฉาดเกินไป ให้ความรู้สึกเรียบง่าย เงียบสงบ และสบายตา
แม้ก่อนคลาสจะเริ่ม ฉันก็เผลอชะลอจังหวะลมหายใจ แล้วนั่งเหม่อมองวิวอยู่นานหลายนาที
มันให้ความรู้สึกต่างจากการเดินช้อปในย่านตัวเมืองอย่างสิ้นเชิง เหมือนหลุดออกจากความเร่งรีบของการท่องเที่ยวไปชั่วคราว

พอคลาสเริ่ม อาจารย์ผู้สอนก็แนะนำใบชาและอุปกรณ์ชงชาที่จะใช้ในวันนี้ก่อน
จากนั้นก็ค่อย ๆ พาทุกคนทำตามขั้นตอนการชงแบบทีละสเต็ป
ตั้งแต่อุ่นถ้วยชา เทน้ำ รอให้ใบชาค่อย ๆ คลี่ตัว ทุกขั้นตอนต้องใช้ความอดทน
ที่บ้านฉันมักแค่หย่อนถุงชาลงในน้ำร้อน เลยแทบไม่เคยได้สัมผัส “กระบวนการชงชา” แบบจริงจัง
ด้วยคำอธิบายของผู้สอน ฉันเลยได้รู้ว่าการชงชาก็เป็นเหมือนการได้พูดคุยกับตัวเองอย่างเงียบ ๆ
ระหว่างรอให้กลิ่นหอมค่อย ๆ ออกมา ไม่จำเป็นต้องรีบทำอะไร แค่ตั้งใจอยู่กับปัจจุบันตรงหน้า
ดูเหมือนเป็นประสบการณ์เรียบง่าย แต่กลับพาความสงบที่ฉันไม่ได้รู้สึกมานานกลับมา

ระหว่างรอให้ชาสกัด ฉันก็เดินดูรอบ ๆ ศูนย์แบบคร่าว ๆ
ชั้นวางสินค้ามีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเวลเนสและสกินแคร์หลากหลายแบบ
บรรยากาศโดยรวมใช้โทนสีอบอุ่น แสงไฟนุ่ม ๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวเข้ามา
ต่างจากสปาทั่วไปที่มักให้ความรู้สึกเชิงพาณิชย์ชัดเจน ที่นี่ไม่เป็นแบบนั้น
มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสถานที่ให้ได้หยุดพักสักครู่ และจัดระเบียบความคิดให้สงบลง
บอกตรง ๆ ว่าการได้เจอพื้นที่แบบนี้ระหว่างทริปถือว่าค่อนข้างหายาก

แม้แต่โซนล้างมือก็ยังเห็นได้ว่าศูนย์ใส่ใจรายละเอียดมาก
วัสดุหินที่เรียบง่ายเข้ากับแสงไฟที่ละมุน ทุกอย่างดูสะอาดและสบายตา
หลายคนอาจคิดว่าโซนอ่างล้างมือไม่น่าจะมีอะไรพิเศษ แต่สำหรับฉัน มุมที่เห็นความละเอียดอ่อนได้ง่ายที่สุดก็มักจะเป็นมุมแบบนี้แหละ
ตั้งแต่การดูแลพื้นที่ไปจนถึงบรรยากาศโดยรวม จะสัมผัสได้เลยว่าสิ่งที่เขาอยากมอบให้กับนักท่องเที่ยวไม่ใช่แค่ “คลาส” อย่างเดียว แต่เป็นประสบการณ์ผ่อนคลายแบบครบ ๆ

หลังจบกิจกรรม ฉันก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกตรงทางเข้าด้วย
ศูนย์เวลเนสเอสเอ็มบีไม่ได้มีแค่คลาสพิธีชงชาเท่านั้น ยังมีบริการดูแลหนังศีรษะ อโรมาเธอราพี การผ่อนคลายกายใจ และบริการอื่น ๆ อีกด้วย
ถ้าแพลนเที่ยวของคุณค่อนข้างสบาย ๆ จริง ๆ แล้วกันเวลาครึ่งวันแวะมาลองก็เป็นไอเดียที่ดีมาก
โดยเฉพาะคนที่เคยมาปูซานหลายครั้งแล้ว ฉันอยากแนะนำให้เติมประสบการณ์แบบลึก ๆ อย่างนี้ลงในทริป
ทริปที่ได้ใช้เวลากับตัวเอง
เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่าการเที่ยวคือการวิ่งไปตามสถานที่ต่าง ๆ แล้วก็ถ่ายรูปตลอดเวลา
จนได้มาเข้าคลาสพิธีชงชานี้ ถึงได้รู้ว่าการท่องเที่ยวก็สามารถเงียบสงบได้เหมือนกัน
ภายในเวลาแค่ 40 นาที ฉันไม่ได้ไถมือถือวนไปมา และไม่ได้รีบถ่ายรูปเพื่อเช็กอิน
ฉันแค่มองใบชาค่อย ๆ คลี่ตัว สูดกลิ่นชาจาง ๆ และชมวิวทะเลนอกหน้าต่าง
ความรู้สึกที่ได้อยู่กับปัจจุบันแบบนั้น จริง ๆ แล้วในชีวิตประจำวันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก
พอจิบชาร้อนคำแรก เหมือนร่างกายก็ผ่อนคลายตามไปด้วย
ความสบายแบบนั้นไม่ใช่ความตื่นเต้นฉับพลัน แต่มันคือความสงบเงียบที่ค่อย ๆ ซึมลึกเข้ามา
ถ้าคุณชอบสถานที่ท่องเที่ยวที่คึกคัก ประสบการณ์นี้อาจไม่ใช่ไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาที่สุดในทริป
แต่ถ้าคุณเหมือนฉันที่อยากเหลือเวลาให้ตัวเองบ้างระหว่างเดินทาง ฉันแนะนำจริง ๆ ให้ลอง
โดยเฉพาะเวลาเที่ยวคนเดียว จะยิ่งรู้สึกถึงความสบายใจที่พิธีชงชามอบให้ได้มากขึ้น
เมื่อเทียบกับการซื้อของเพิ่มหรือรีบไปที่เที่ยวต่อ สิ่งที่ฉันจำได้ที่สุดกลับเป็นวิวทะเลนอกหน้าต่างในวันนั้น และกลิ่นชาจาง ๆ
คลาสพิธีชงชาของเอสเอ็มบี เวลเนสนี้ไม่มีการแสดงหวือหวา ไม่มีกิจกรรมสายอะดรีนาลีน แต่กลับกลายเป็นความทรงจำที่พิเศษที่สุดของทริปปูซานของฉัน
การเดินทางไม่จำเป็นต้องหมายถึงการพุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียวเสมอไป
บางครั้ง การหยุดพักสักครู่ ชงชาหนึ่งกาใต้วิวทะเล แล้วซึมซับภาพตรงหน้าอย่างเต็มที่ ก็เป็นวิธีเที่ยวที่วิเศษเหมือนกัน
ถ้าอนาคตฉันได้กลับมาที่กีจังในปูซานอีก ฉันคิดว่าตัวเองจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อมอบช่วงเวลาเงียบ ๆ สบาย ๆ และเยียวยาใจให้ตัวเองอีกสักรอบ


