logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo

เจอรีน: การเดินทางแห่งความเจ็บปวด

user profile image
蚊子
3 days ago
ภาพจากตัวแก้ไขข้อความ
ครั้งนี้ฉันไปคลินิกนี้เพื่อทำทรีตเมนต์ แต่โดยรวมแล้วรู้สึกผิดหวังกับประสบการณ์พอสมควร เลยอยากมาแชร์ความเห็นแบบจริงใจไว้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับคนที่กำลังสนใจค่ะ
ภาพจากตัวแก้ไขข้อความ
หลังไปถึงคลินิก ฉันได้คุยปรึกษากับเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาก่อน เขาอธิบายรายละเอียดการทำทรีตเมนต์และราคา จากนั้นฉันก็ล้างหน้าและเช็ดเครื่องสำอางออกที่อ่างล้างหน้า ต่อมามีพนักงานมาช่วยทายาชา ขั้นตอนช่วงแรกค่อนข้างราบรื่น แต่หลังทายาชาแล้วรอนานมาก นานเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าจะได้เข้าไปทำหัตถการ ฉันคิดว่าในที่สุดก็มาถึงคิวแล้ว แต่พอเข้าไปเขาก็เช็ดยาชาออกก่อน แล้วให้ฉันนั่งรอในห้องทรีตเมนต์อีก 5 ถึง 10 นาที พนักงานบอกว่าเครื่องยังถูกใช้อยู่และขอให้รอก่อน ซึ่งทำให้ฉันกังวลตามธรรมชาติว่ายาชาน่าจะเริ่มหมดฤทธิ์แล้ว
ภาพจากตัวแก้ไขข้อความ
พอเริ่มทำโกลด์ไมโครนีดลิ่งอย่างเป็นทางการ รอบแรกจริง ๆ ไม่เจ็บอย่างที่คิด ยังอยู่ในระดับที่ทนได้ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันแปลกใจคือคุณหมอทำเร็วมาก เร็วแบบแป๊บเดียวก็เสร็จ ความรู้สึกเหมือนแค่ปาดผ่านพื้นที่กว้าง ๆ ไปหนึ่งรอบอย่างรวดเร็ว ไม่ได้หยุดเน้นตรงรูขุมขน รอยสิว หรือจุดที่ต้องการความใส่ใจเป็นพิเศษ และไม่ได้ปรับละเอียดให้เหมาะกับแต่ละส่วนของใบหน้า โดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนทำตามขั้นพื้นฐานมากกว่าจะเป็นการรักษาที่ปรับตามสภาพผิวของฉันจริง ๆ เลยทำให้รู้สึกผิดหวังนิดหน่อย
ต่อมาคือช่วงฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือ ซึ่งเป็นส่วนที่ติดอยู่ในความทรงจำมากที่สุด ตอนแรกยังพอทนได้ แต่ยิ่งฉีดหลายจุดก็ยิ่งเจ็บ ช่วงท้าย ๆ แทบทุกเข็มเจ็บแปลบมาก ฉันสงสัยว่าน่าจะเกี่ยวกับการรอนาน ทำให้ยาชาน่าจะหมดฤทธิ์ไปเยอะ สุดท้ายมันเจ็บมากจนแทบจะทนไม่ไหว รู้สึกเหมือนจะร้องไห้ออกมาเลย
เพราะฉันเป็นชาวต่างชาติ เลยต้องใช้นักแปลช่วยสื่อสาร แต่พอฉันพูดซ้ำ ๆ ว่าเจ็บมาก นักแปลกลับแค่บอกว่า “ใกล้เสร็จแล้ว อีกนิดเดียว” ตลอด ไม่ได้ช่วยถ่ายทอดสถานการณ์ของฉันให้คุณหมอจริง ๆ และก็ไม่ได้ถามด้วยว่าต้องการทายาชาเพิ่ม พักสักครู่ หรือปรับขั้นตอนอะไรไหม ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนความเจ็บและความไม่สบายของฉันไม่ได้รับการใส่ใจอย่างจริงจัง
อีกอย่างคือคลินิกมีตุ๊กตาให้คนไข้กอดเพื่อลดความกังวลเวลามีอาการเจ็บ แต่เขาเพิ่งเอามาให้ฉันตอนการทำทรีตเมนต์เกือบจะจบแล้ว ถ้าให้ตั้งแต่แรกก็น่าจะช่วยลดความตึงเครียดและความไม่สบายใจได้บ้าง แทนที่จะมาให้ตอนที่ช่วงที่ทรมานที่สุดแทบผ่านไปแล้ว ซึ่งก็ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนทำไปตามขั้นตอนมากกว่าใส่ใจจริง ๆ
สิ่งที่ทำให้ฉันประทับใจในทางไม่ดีมากขึ้นคือ ลูกค้าเตียงข้าง ๆ ก็ร้องเจ็บเหมือนกัน เขาพูดว่าก่อนหน้านี้เคยฉีดสกินบูสเตอร์มาแล้ว แต่ไม่เคยเจ็บขนาดนี้ และสงสัยว่าอาจเป็นเพราะยาชาหมดฤทธิ์ การได้ยินแบบนั้นยิ่งทำให้ฉันมั่นใจว่าความเจ็บของฉันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะคนเดียว และทำให้ฉันตั้งคำถามกับการจัดตารางและการบริหารคิวโดยรวม ถ้ารู้อยู่แล้วว่ารอนาน ทำไมไม่ประเมินว่ายาชายังออกฤทธิ์อยู่ไหม หรือจัดขั้นตอนให้รัดกุมกว่านี้ แทนที่จะเริ่มทำตอนที่ฤทธิ์ยาชาค่อย ๆ จางไปแล้ว?
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันทำโกลด์ไมโครนีดลิ่งร่วมกับการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือ ฉันมาด้วยความคาดหวังสูง อยากให้ผิวดีขึ้น และยอมจ่ายแพงกว่าคลินิกทั่วไปเพราะคาดหวังบริการและคุณภาพที่ดีกว่า แต่พอได้ลองจริง ๆ กลับรู้สึกว่าทั้งกระบวนการเหมือนสายพานมาก คนไข้เข้าออกต่อเนื่อง รอนาน ทำเร็ว และขาดความเอาใจใส่แบบที่ควรจะได้รับ
ถึงแม้คลินิกจะโฆษณาว่าเป็นคลินิกผิวหนังและคิดค่าบริการสูงกว่าคลินิกเสริมความงามแนว “สายพาน” ทั่วไป แต่ฉันไม่รู้สึกว่าคุณภาพบริการสมราคา เวลาในการรอ การจัดคิวการทำทรีตเมนต์ การจัดการความเจ็บ และการดูแลโดยรวม ยังมีพื้นที่ให้ปรับปรุงอีกมาก การทำหัตถการความงามไม่ใช่แค่ทำให้เสร็จ ความรู้สึกของคนไข้ระหว่างทำ ความสบาย และการที่ทีมงานพร้อมรับฟังและตอบสนองอย่างใจเย็นก็สำคัญมากเช่นกัน
ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์จริงส่วนตัวของฉัน ซึ่งแต่ละคนอาจรู้สึกไม่เหมือนกัน แต่สำหรับฉัน การมาเยือนครั้งนี้ทิ้งความรู้สึกด้านลบไว้ชัดเจน และเพราะมันเจ็บและไม่สบายมาก ฉันคิดว่าคงไม่กล้าลองฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมืออีกในเร็ว ๆ นี้ หวังว่าคลินิกจะให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคนไข้มากขึ้นในอนาคต ปรับปรุงขั้นตอนและการจัดการความเจ็บ และก็อยากเตือนคนที่กำลังพิจารณาไปว่าให้เปรียบเทียบตัวเลือกและประเมินอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจค่ะ
ภาพจากตัวแก้ไขข้อความ
ภาพจากตัวแก้ไขข้อความ