logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo

ทริปวันเดียวที่ Hongcheon Alpaca World: การผจญภัยเพื่อเติมพลังท่ามกลางอัลปาก้าน่ารัก ๆ

user profile image
瑄瑄
4 days ago
ทริปเที่ยวเกาหลีแบบอิสระครั้งนี้ ฉันวางแผนพิเศษเพื่อมาเยือน ฮงชอน อัลปาก้า เวิลด์ ตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็นฟาร์มสัตว์ทั่วไป แต่พอได้มาเองถึงรู้ว่าไม่ใช่แค่ที่ที่ได้เข้าใกล้อัลปาก้าเท่านั้น มันให้ความรู้สึกเหมือนสวนพักผ่อนใจที่ผสานทั้งวิวธรรมชาติ การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และกิจกรรมที่เหมาะกับครอบครัวไว้ด้วยกัน ถ้าคุณเป็นคนรักสัตว์ รับรองว่าจะไม่อยากกลับจริงๆ
รูปภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
พอเดินเข้ามาในสวน สิ่งแรกที่เห็นคือแลนด์มาร์กขนาดใหญ่ “I ♥ ALPACA” พอมีท้องฟ้าสีฟ้า เมฆนุ่มๆ และวิวภูเขาเขียวชอุ่มอยู่ตรงหน้า ก็รู้สึกเหมือนได้เริ่มพักผ่อนตั้งแต่ก่อนทัวร์จะเริ่มเลย ฮงชอน อยู่ในพื้นที่ภูเขาของ จังหวัดคังว็อน อากาศเลยสดชื่นมาก ต่างจากบรรยากาศเมืองที่คึกคักวุ่นวายของ โซล แบบคนละเรื่อง พอเข้ามาในสวนแล้ว อารมณ์ก็เริ่มผ่อนคลายไปเรื่อยๆ
สวนกว้างกว่าที่คิด มีทางเดินให้เดินชมได้เรื่อยๆ แบบไม่ต้องรีบ เหมาะมากสำหรับทริปครึ่งวัน หรือจะอยู่ทั้งวันก็ได้ วันนั้นอากาศดีสุดๆ ท้องฟ้าสีฟ้าตัดกับภูเขาป่าที่เขียวขจี ถ่ายรูปแป๊บๆ ก็สวยเหมือนโปสการ์ดทุกช็อต
รูปภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
ครั้งแรกที่ได้เห็นอัลปาก้าใกล้ๆ ระหว่างทริป บอกตรงๆ ว่าน่ารักเกินต้าน ขนดูฟูนุ่มมาก ดวงตากลมๆ ก็มีสีหน้าซื่อๆ ขี้สงสัยตลอด ฉันนึกว่าอัลปาก้าน่าจะขี้ตกใจเวลาเจอคน แต่พอได้ลองมีปฏิสัมพันธ์จริงๆ กลับพบว่าเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมาก
บางตัวค่อยๆ เดินมาที่รั้ว มองดูว่าทุกคนกำลังทำอะไรอยู่ด้วยความอยากรู้ บางตัวก็เดินเล่นอาบแดดสบายๆ ไม่สนใจสายตาคนเลย อัลปาก้าแต่ละตัวเหมือนมีนิสัยของตัวเอง ทำให้การเดินชมสนุกขึ้นไปอีก
ที่น่าสนใจที่สุดคือพอเราถืออาหารไว้ พวกมันจะเดินมาหาทันที แล้วมองด้วยสายตาอ้อนๆ ความรู้สึกโต้ตอบแบบนี้มันชวนฮีลใจมาก
รูปภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
ในสวนมีอัลปาก้าเยอะพอสมควร และมีหลายสีด้วย คุณจะได้เห็นทั้งสีขาว สีเบจ สีน้ำตาล และแม้แต่สีดำ
การได้เห็นอัลปาก้าสีดำครั้งแรกคือเซอร์ไพรส์ที่น่ารักมาก เพราะปกติฉันมักนึกถึงอัลปาก้าสีอ่อนๆ พออัลปาก้าหลากสีมาอยู่รวมกัน ก็กลายเป็นภาพที่ดูน่าสนใจมาก
บางตัวชอบอยู่ใกล้ๆ ผู้คน ส่วนบางตัวค่อนข้างขี้อาย ชอบยืนอยู่ด้านหลังแล้วคอยสังเกต พนักงานก็เดินตรวจดูแลสัตว์เป็นระยะๆ ทำให้โดยรวมสภาพแวดล้อมถูกดูแลได้ดีมาก
พอได้เห็นสัตว์พวกนี้ใช้ชีวิตอย่างสบายๆ ก็รู้สึกได้จริงๆ ว่าสวนใส่ใจเรื่องสภาพความเป็นอยู่ของพวกมันมากแค่ไหน
รูปภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
นอกจากให้อาหารแล้ว ในสวนยังมีจุดถ่ายรูปสวยๆ อีกหลายจุดด้วย
อัลปาก้าโซนนี้เหมือนเป็นนางแบบเลย ยืนอยู่แถวสนามหญ้าและทางเดินปูหิน ด้านหลังมีภูเขาไกลๆ กับท้องฟ้าสีฟ้าเมฆขาว เป็นมุมที่วันนั้นมีคนมาถ่ายรูปกันเยอะมาก
ที่สนุกที่สุดคืออัลปาก้าไม่ได้หลบกล้องเลย บ่อยครั้งพวกมันเดินเข้ามาในเฟรมเองแบบไม่ตั้งใจ กลายเป็นความเซอร์ไพรส์น่ารักๆ ในรูปของเรา
ถ้าคุณชอบถ่ายสัตว์หรือวิวธรรมชาติ ที่นี่ถ่ายรูปขึ้นกล้องมาก ไม่ต้องโพสด้วยซ้ำ แค่อยู่เงียบๆ รอหน่อยก็เก็บโมเมนต์ธรรมชาติที่น่ารักได้เพียบ
รูปภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
พอเดินลึกเข้าไปอีกหน่อย คุณจะได้เห็นงานติดตั้งรูปอัลปาก้าตัวโตน่ารักๆ ด้วย
รูปปั้นอัลปาก้าสีขาวตั้งอยู่กลางสนามหญ้า เป็นจุดถ่ายรูปที่หลายคนต้องแวะ แม้มองจากไกลๆ ก็สะดุดตา และยังเติมบรรยากาศเหมือนอยู่ในนิทานให้ทั้งสวนด้วย
หลายครอบครัวและเด็กๆ แวะหยุดถ่ายรูปตรงนี้ พอเห็นเด็กๆ วิ่งเล่นด้วยความตื่นเต้นรอบๆ รูปปั้นอัลปาก้า ก็ยิ่งทำให้สวนเต็มไปด้วยบรรยากาศสดใส
จริงๆ แล้ว ฮงชอน อัลปาก้า เวิลด์ ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนสวนสัตว์อย่างเดียว แต่เหมือนพื้นที่กลางแจ้งที่ผสมผสานธรรมชาติกับการพักผ่อน ต่อให้ไม่ได้ให้อาหารสัตว์ แค่เดินเล่นรอบๆ สวนก็สบายมากแล้ว
รูปภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
อีกโซนหนึ่งในสวนที่ประทับใจมากคือกำแพงข้อความ
กำแพงเต็มไปด้วยภาพวาดและคำอวยพรจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก โน้ตถูกแปะซ้อนกันแน่นเป็นชั้นๆ กลายเป็นภาพที่แปลกตาและมีเอกลักษณ์มาก
ถ้าดูดีๆ จะรู้เลยว่ามีนักเดินทางจากหลายประเทศแวะมา บางคนวาดอัลปาก้าตัวโปรด บางคนเขียนเล่าเรื่องทริปของตัวเอง บางคนทิ้งข้อความเกี่ยวกับความหวังในอนาคตไว้
การอ่านข้อความที่ตั้งใจเขียนเหล่านี้ทำให้รู้สึกว่า “การเดินทาง” เชื่อมผู้คนจากต่างที่เข้าด้วยกันได้จริงๆ
กำแพงนี้ไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูป แต่เหมือนเป็นที่บันทึกความทรงจำของนักเดินทางนับไม่ถ้วน
พอมองย้อนกลับมาที่ทริป ฮงชอน อัลปาก้า เวิลด์ ความรู้สึกที่ชัดที่สุดคือคำว่า “ฮีลใจ”
ชีวิตสมัยใหม่เดินเร็วมาก ความกดดันจากงานและชีวิตประจำวันทำให้หลายคนเหนื่อยล้า แต่พอมาอยู่ที่นี่ ได้เห็นอัลปาก้ากินหญ้าอย่างสงบ เดินไปมาเรื่อยๆ ก็เหมือนเวลาช้าลงตามไปด้วย
ไม่มีเสียงรถดังๆ ไม่มีฝูงชนเบียดเสียด มีแค่ลมภูเขา ท้องฟ้าสีฟ้าเมฆขาว และสัตว์น่ารักๆ ที่อยู่เป็นเพื่อนทุกคน
ความรู้สึกเรียบง่ายและผ่อนคลายแบบนี้ คือหนึ่งในสิ่งล้ำค่าที่สุดของการท่องเที่ยว
ถ้ามากับเด็กๆ ก็จะได้สนุกกับการใกล้ชิดสัตว์มากขึ้น ถ้ามาเป็นคู่ ก็มีมุมถ่ายรูปน่ารักๆ โรแมนติกหลายจุด ต่อให้เที่ยวคนเดียว ก็ยังหาเวลาสงบๆ ให้ตัวเองได้ท่ามกลางธรรมชาติ
ฮงชอน อัลปาก้า เวิลด์ อาจไม่ได้หวือหวาหรือคึกคักเท่าสวนสนุกใหญ่ๆ แต่มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง อัลปาก้าน่ารักๆ วิวธรรมชาติที่โปร่งโล่ง ทางเดินสบายๆ และประสบการณ์แบบลงมือทำที่อบอุ่น ทำให้ทริปนี้น่าจดจำจริงๆ
ถ้ามีโอกาสได้กลับมาเที่ยวเกาหลีอีกในอนาคต ฉันก็ยินดีจะหาเวลามาที่นี่อีก บางสถานที่น่าจดจำเพราะความยิ่งใหญ่ แต่บางที่เราจำได้เพราะ “ความรู้สึก” ที่มันมอบให้
และ ฮงชอน อัลปาก้า เวิลด์ ก็คือจุดฮีลใจแบบนั้น ที่ทำให้คุณกลับไปพร้อมรอยยิ้ม และจำได้นานแสนนาน