👑 ความฝันของแฟน K-pop เป็นจริง! ฉันใช้ Creatrip เพื่อได้ที่นั่งในผู้ชมสดของ SBS Inkigayo (คู่มือประสบการณ์ละเอียดสุดๆ เหมือนพี่เลี้ยง ดูแลครบจบทุกขั้นตอน)
Emarinbi
Affiliate
6 hours ago
ไกด์ความฝันที่เป็นจริงที่สุดสำหรับแฟนเกิร์ล K-pop ใน เกาหลี มาแล้ว! ถ้าคุณเป็นแฟนตัวจริงเหมือนกัน บอกเลยว่าห้ามพลาดโอกาสได้เห็นไอดอลแบบใกล้ชิดในรายการเพลงถ่ายทอดสด ตอนมาเที่ยว โซล เด็ดขาด
ในบล็อกวันนี้ ฉันจะมาแชร์แบบละเอียดสุดๆ ว่าฉันจองบัตรที่ขึ้นชื่อว่าหายากสุดๆ สำหรับการเข้าชมถ่ายทอดสด “Inkigayo” ของ SBS ผ่านแพลตฟอร์ม Creatrip (Creative Travel) ได้สำเร็จยังไง พร้อมเล่าประสบการณ์วันนั้นแบบตั้งแต่ต้นจนจบที่ทั้งตื่นเต้นและทำหัวใจเต้นแรงที่ SBS Public Hall ใน Deungchon-dong! อ่านจบแล้วรับรองว่าคุณจะกล้าลุยแบบไม่ต้องคิดเยอะ แล้วพุ่งตรงไปดูโชว์ได้เลย!

🎨 ทำไมถึงควรจองผ่าน Creatrip?
ใครที่รู้เรื่องการอัดรายการ K-pop มาบ้างจะรู้เลยว่า สำหรับแฟนทั่วไป การได้เข้าไปดูถ่ายทอดสดของรายการเพลงจากช่อง “บิ๊กทรี” แทบจะเป็นไปไม่ได้ ต้องไม่ก็เข้าร่วมแฟนคลับทางการแล้วไปแย่งสิทธิ์ตามเวลาที่กำหนดด้วยความไวและดวง หรือไม่ก็ซื้ออัลบั้มให้ถึงเกณฑ์แล้วไปต่อคิวหน้างานเพื่อเข้าร่วมการอัดรายการแบบสาธารณะ
สำหรับชาวต่างชาติอย่างเราที่มาเที่ยวเกาหลีแค่ช่วงสั้นๆ ต้นทุนเวลาและความไม่แน่นอนมันสูงเกินไปมาก ต่อมาระหว่างวางแผนทริป ฉันก็ไปเจอ Creatrip แพลตฟอร์มที่เชี่ยวชาญด้านท่องเที่ยวท้องถิ่นในเกาหลี และที่สำคัญคือเขามีแพ็กเกจเข้าชมถ่ายทอดสด “Inkigayo” ของ SBS แบบพาร์ตเนอร์อย่างเป็นทางการด้วย!
1. ประหยัดเวลาและแรง, ไม่ต้องไปแย่งสิทธิ์แฟนซัพพอร์ตของวงที่ชอบ แค่จองล่วงหน้าบนแพลตฟอร์มก็การันตีสิทธิ์เข้างาน
2. มั่นใจได้แบบเป็นทางการ, เป็นช่องทางสำหรับชาวต่างชาติแบบถูกต้อง จึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกปฏิเสธหน้างานเพราะสื่อสารภาษาเกาหลีไม่ได้
3. ครบจบในที่เดียว, นอกจากบัตรเข้าถ่ายทอดสดแล้ว มักจะมีบัตรเดินทางหรือคูปองสำหรับย่านอย่าง Myeongdong หรือ Hongdae รวมอยู่ด้วย คุ้มมาก แค่กดไม่กี่ครั้งบนมือถือ กรอกข้อมูลพาสปอร์ตและชำระเงิน ฉันก็ได้รับวาวเชอร์ยืนยันทางอีเมลอย่างรวดเร็ว วินาทีนั้นเอง ทริปแฟนไอดอลที่ โซล ของฉันก็มีไฮไลต์ใหญ่ที่สุดให้รอคอยทันที!

⏰ เตรียมตัวแบบลุ้นๆ ก่อนนัดเจอ, กติกาสำคัญก่อนออกเดินทาง
ก่อนจะไปถึงสถานที่จัดงาน มีกฎเหล็กที่สำคัญมากๆ ที่ต้องจำไว้ ไม่งั้นอาจถูกปฏิเสธไม่ให้เข้างานได้:
1. ต้องพกพาสปอร์ตตัวจริงเท่านั้น, เจ้าหน้าที่จะตรวจเข้มว่าชื่อ รูป และข้อมูลการจองตรงกัน เวอร์ชันดิจิทัลหรือสำเนาไม่รับ!
2. ห้ามนำกล้องเข้า และห้ามถ่ายรูประหว่างอัดรายการโดยเด็ดขาด, สถานีโทรทัศน์เกาหลีเข้มงวดมากเรื่องลิขสิทธิ์ของการถ่ายทอดสด กระเป๋าจะถูกตรวจตั้งแต่ก่อนเข้า และแม้เข้าไปแล้ว ถ้าคุณหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความ เจ้าหน้าที่อาจเข้าใจผิดว่าแอบถ่าย แล้วพาออกทันที (และอาจกระทบกับชาวต่างชาติทั้งกลุ่มของคุณได้ด้วย)
3. แต่งตัวให้สบายและเหมาะสม, ถึงจะได้ไปเจอไอดอล แต่การถ่ายทอดสดต้องยืนหรือก็นั่งในที่นั่งคนดูที่ค่อนข้างแน่นเป็นเวลานาน ใส่รองเท้าผ้าใบที่สบายๆ และพยายามเลี่ยงเสื้อผ้าที่มีโลโก้ของสถานีอื่น หรือชุดที่โป๊เกินไปหรือดูเหมือนคอสตูมมากเกินไป

📍 หน้างานวันนั้น:
ตั้งแต่นัดเจอ ไปจนถึงต่อคิวเข้างาน
สถานที่อัดรายการ “Inkigayo” คือ SBS Public Hall ที่ Deungchon-dong, Gangseo-gu, โซล (เดินมาได้จาก Gayang Station หรือ Jeungmi Station บน Subway Line 9)
ช่วงบ่ายวันนั้น ฉันไปถึงจุดนัดหมายก่อนเวลา ด้วยความรู้สึกทั้งประหม่าและตื่นเต้น ที่นั่นคนแน่นมาก นอกจากช่างภาพแฟนไซต์ “มาสเตอร์นิม” ชาวเกาหลี และกลุ่มแฟนซัพพอร์ตของทั้งบอยกรุ๊ปและเกิร์ลกรุ๊ปต่างๆ (ถือแท่งไฟกับผ้าสโลแกนที่เตรียมมาอย่างสวยงาม) ยังมีแฟนต่างชาติแบบฉันที่จองผ่าน Creatrip ด้วย พอหาไกด์หรือสตาฟของ Creatrip ที่ดูแลเฉพาะเจอ ฉันก็โชว์วาวเชอร์ในมือถือและพาสปอร์ตตัวจริง สตาฟน่ารักมาก และย้ำกติกาหลังเข้างานให้ทุกคนฟังทั้งภาษาจีนและอังกฤษ
หลังตรวจทุกอย่างเรียบร้อย ฉันได้รับสายรัดข้อมือสำหรับเข้างาน พอมองมันแล้วในใจคือกรี๊ดลั่น “โอ้พระเจ้า! ฉันกำลังจะได้เข้าไปดู Inkigayo แบบถ่ายทอดสดจริงๆ แล้ว!” พอเวลาออกอากาศใกล้เข้ามา ก็เริ่มมีประกาศเรียกแต่ละโซนให้ต่อคิวตามลำดับ กลุ่มผู้ชมชาวต่างชาติของเราถูกพาไปเข้าช่องทางเข้าเฉพาะ หลังผ่านการตรวจความปลอดภัยอย่างละเอียด (ส่วนใหญ่ตรวจอุปกรณ์แอบถ่าย) เราก็ได้ก้าวเข้าไปใน SBS Public Hall สถานที่ที่ฉันเคยเห็นผ่านจอมานับครั้งไม่ถ้วน!

🎤 60 นาทีของถ่ายทอดสดที่อ้าปากค้าง คือเทศกาลภาพและเสียงที่ทำหัวใจเต้นแรง
วินาทีที่ฉันเดินเข้าไป ความคิดแรกคือ “ว้าว เล็กกว่าที่เห็นในทีวีอีก!” แต่เพราะแบบนี้แหละ เลยรู้สึกว่าใกล้มาก ไม่ว่าจะนั่งอัฒจันทร์ชั้นสอง หรือยืนในโซนยืนชั้นหนึ่ง มุมมองดีแบบไม่น่าเชื่อ
ไฟบนเวทีสว่างจ้าจนแทบลืมตาไม่ขึ้น จอ LED ขนาดใหญ่กระพริบวูบวาบ ระบบเสียงทรงพลังจนรู้สึกสั่นไปถึงอก พอดนตรีเปิดรายการที่คุ้นเคยดังขึ้น MC (พิธีกร) ก็ค่อยๆ เดินขึ้นเวที วินาทีที่พวกเขาปรากฏตัว ทั้งฮอลล์ก็ระเบิดเสียงกรี๊ดเหมือนหลังคาจะปลิว ตัวจริงคือสมบูรณ์แบบกว่าทีวีเป็นหมื่นเท่า ผิววิบวับ สัดส่วนเหมือนไม่จริง แล้วช่วงพักโฆษณายังหันมาทักทาย โบกมือ ทำฟิงเกอร์ฮาร์ตให้คนดู อินเตอร์แอ็กชันคือเต็มแม็กซ์!
จากนั้นก็เข้าสู่ช่วงไฮไลต์แบบไม่มีพักของสเตจไอดอล:
1. ถ่ายทอดสด vs พรีเรคอร์ด, เกร็ดเล็กๆ คือหลายสเตจที่ซับซ้อนของวงใหญ่ (ฉากอลังการ เอฟเฟกต์ดรายไอซ์ แดนเซอร์เยอะ) มักจะ “พรีเรคอร์ด” ไว้ตั้งแต่เช้าวันนั้นหรือก่อนหน้านั้นหลายวัน สิ่งที่เราเห็นหน้างานคือไอดอลขึ้นเวทีแสดงให้ซิงก์กับภาพที่บันทึกไว้ซึ่งขึ้นบนจอใหญ่ พร้อมร้องสดหรือแสดงสดบนเวที
2. ภาพจริงสวยแบบ “ไม่ว่ามุมไหนก็รอด”, ตอนเกิร์ลกรุ๊ประดับท็อปที่ฉันชอบมากขึ้นมา ฉันแทบกลั้นหายใจ ท่าเต้นเป๊ะพร้อมกันทุกจังหวะ สีหน้าของแต่ละคนคือระดับตำราเรียน แม้แต่สมาชิกที่ไม่ใช่มุมกล้องหลักก็ยังเต้นและแสดงอย่างมืออาชีพ พลังบนเวทีและความเนี้ยบที่สัมผัสได้แบบใกล้ๆ นี่คือสิ่งที่ดูผ่านจอไม่มีวันได้จริงๆ!
3. ช่วงสลับเวทีสุดตำนาน และโมเมนต์ระหว่างรอ, สิ่งที่ดีที่สุดคือช่วง “สลับเวที” ที่เห็นได้เฉพาะการถ่ายทอดสด ระหว่างที่วงหนึ่งกำลังแสดง อีกวงจริงๆ กำลังรออยู่ข้างเวที คุณจะเห็นไอดอลที่ยังไม่ได้ขึ้นโยกตามเพลง หรือสมาชิกช่วยกันจัดผม ตบมือให้กำลังใจกัน โมเมนต์น่ารักๆ หลังเวทีแบบนี้จะเห็นชัดที่สุดก็ต่อเมื่อคุณอยู่หน้างานถ่ายทอดสดจริงๆ เท่านั้น
ช่วงฟินาเล่ที่ทุกคนขึ้นเวทีพร้อมกันเพื่อประกาศอันดับ 1 ประจำสัปดาห์ยิ่งอลังการจนใจสั่น ไอดอลหลายสิบคนขึ้นเวทีพร้อมกัน ชุดการแสดงสีสันจัดจ้านกับไฟแฟลชวูบวาบปนกันไปหมด พอคอนเฟตตี้ปลิวเต็มไปหมดในช่วงอังกอร์ ไอดอลกระโดดอย่างมีความสุขบนเวที แฟนๆ ในฮอลล์ก็ตะโกนแฟนชานต์สุดพลัง บรรยากาศแบบทั้งฮอลล์สั่นสะเทือนและอะดรีนาลีนพุ่งนั้นทำฉันน้ำตาซึมจริงๆ ความหมายของการเป็นแฟนมันจับต้องได้ขึ้นมาทันทีในวินาทีนั้น

📝 สรุป:
นี่คือทริปในฝันที่ไม่เสียใจเลยแม้แต่นิดเดียว ตอนเดินออกจากฮอลล์ ฟ้าของ โซล ก็เริ่มมืดแล้ว เสียงฉันแหบจากการกรี๊ด ขาก็ล้าจากการยืนนาน แต่โดพามีนกับความสุขข้างในคือเอ่อล้นสุดๆ
ประสบการณ์ดูถ่ายทอดสด “Inkigayo” ของ SBS ที่ฉันจองผ่าน Creatrip ไม่ได้แค่ช่วยลดความกังวลเรื่องภาษาและความเครียดเรื่องบัตรที่ฉันห่วงที่สุดเท่านั้น แต่ยังทำให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมรายการเพลงเกาหลีแบบแท้ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และใกล้แบบสุดๆ อีกด้วย
ถ้าคุณเป็นคนที่หลงรักสเตจ K-pop เหมือนกัน มาเกาหลีทั้งทีควรมอบ “แพ็กเกจแฟนเกิร์ล/แฟนบอยขั้นสุด” แบบนี้ให้ตัวเองสักครั้ง ไปดูถ่ายทอดสดด้วยตาตัวเอง ไปเห็นคนที่คุณชอบเปล่งประกายบนเวทีและทุ่มสุดตัวเพื่อความฝัน พอได้อยู่ในพื้นที่เดียวกับไอดอลที่ตามมานาน ได้ยินคลื่นเสียงเดียวกัน คุณจะรู้เลยว่าการรอคอยและความพยายามทั้งหมดคุ้มค่ามาก หวังว่าบล็อกเล่าประสบการณ์แบบละเอียดสุดๆ นี้จะช่วยทุกคนที่อยากไปด้วยตัวเองได้นะ! ถ้ามีคำถามเรื่องการจองหรือบรรยากาศหน้างาน คอมเมนต์ถามได้เลย แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้า บ๊ายบาย~ 👋✨


