logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo

สไลซ์สันในหมู (เมียงดง)

user profile image
Nicoleheitong
3 days ago
จริงๆ แล้วหาร้านไม่ยากเลยค่ะ
อยู่ตึกเดียวกับ “แทโชกัลบี (태초갈비)” ที่ฉันเคยพูดถึงไปก่อนหน้านี้
แล้วร้านบนชั้น 2 อย่าง “ซูรา คันจังเกจัง (수라게장)” ก็เป็นอีกร้านที่ฉันวางแผนว่าจะไปลองในอีกไม่กี่วันด้วยค่ะ
พูดได้แบบมั่นใจเลยว่า
ทุกร้านในตึกนี้น่าลองหมดเลย 😁
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
พอฉันขึ้นมาถึงชั้น 3 ที่ “อิลพยอนดึงชิม (일편등심 명동점)”
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิด ก็โดนกระจกดึงสายตาทันทีเลย 🤩
ไม่รู้สึกเหมือนเคยเห็นกระจกทรงคลื่นๆ แบบนี้ที่ไหนมาก่อนเหมือนกันเหรอคะ?
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
กระจกนีออน “ทรงคลื่น” อันนี้เป็นกระจกที่เหล่าคนดังเกาหลีใช้ถ่ายเซลฟี่หน้ากระจกกันเยอะมาก แล้วก็เป็นของแต่งบ้านยอดฮิตด้วย แน่นอนว่าเป็นผลงานดีไซน์ของดีไซเนอร์ชาวอิตาลี เอ็ตโตเร ซอตต์ซาสส์ ด้วยค่ะ ด้วยกรอบทรงคลื่นที่เป็นเอกลักษณ์ ตัวกรอบกว้างและหนากว่ากระจกทั่วไปเลยดูมีน้ำหนัก มีความ “จัดเต็ม” แถมยังมีไฟด้วย เวลาออกกล้องจะดูเหมือนใส่ฟิลเตอร์ น่ารักและสะดุดตามาก
แต่แบบเต็มตัวราคาเกิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐเลย 💸 เพราะงั้นถ้าที่บ้านยังไม่มีเหมือนฉัน 😅 มาเที่ยวแล้วอย่าลืมถ่ายเซลฟี่กับมันสักรูปนะคะ 🙂‍↕️
วันนั้นฉันเห็นมีประมาณ 3-4 กลุ่มมาลงชื่อรอคิวโต๊ะ
ถ้าตารางแน่นๆ
แนะนำให้จองล่วงหน้านะคะ!
วิธีจองที่นักท่องเที่ยวใช้กันบ่อย 🔽
💺 แอป Catch Table: ไม่ต้องมีเบอร์โทรเกาหลี สมัครด้วยอีเมลได้ เลือกจำนวนคนและเวลา แล้วจองร้านดังๆ ได้หลายร้านมาก ถ้าไปกดรับคิวหน้างาน แอปก็จะบอกด้วยว่ามีกี่คิวที่อยู่ข้างหน้าเรา
💺 แพลตฟอร์ม Creatrip: เป็นแพลตฟอร์มที่ฉันใช้บ่อยมากเวลาอยู่เกาหลี นอกจากจองร้านอาหารแล้ว ยังมีพาร์ตเนอร์ด้านเช่าชุด ถ่ายสตูดิโอในร่ม ถ่ายรูปท่องเที่ยว เวิร์กช็อป ประสบการณ์ต่างๆ ทรีตเมนต์คลินิกความงาม/ผิวหนัง คลินิกทันตกรรม ที่พัก ไปเช้าเย็นกลับ และตั๋วคอนเสิร์ตด้วย จองง่าย สะดวกมาก 😉
พอเดินผ่านทางเข้าของ “อิลพยอนดึงชิม (일편등심 명동점)”
จะเห็นกำแพงทั้งผนังที่ติดรูปโพลารอยด์ไว้เต็มไปหมด
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
แล้วก็มีตู้เย็นใหญ่ที่เอาไว้สำหรับเนื้อโดยเฉพาะ 🥩
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
แค่เห็นตู้เย็นก็อยากนั่งแล้วสั่งทันทีเลยใช่ไหมคะ?
ฉันก็เหมือนกัน ถึงแม้จะจองไว้แล้ว
ก็ยังต้องรอประมาณ 5 นาทีกว่าพนักงานจะพาไปนั่งได้ เลยพอเดาได้เลยว่าคนแน่นและยุ่งขนาดไหน 🥹
📌ดังนั้นแนะนำให้จองล่วงหน้าจริงๆ ค่ะ 📌
ที่นั่งส่วนใหญ่เป็นแบบบูธ
แต่ละโต๊ะมีพื้นที่ส่วนตัวพอสมควร
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
ใต้เก้าอี้ก็เหมือนร้านปิ้งย่างเกาหลีหลายๆ ที่
จะมีกล่องเก็บของแบบปิดสนิทสำหรับใส่เสื้อผ้า
ช่วยไม่ให้เสื้อผ้าดูดกลิ่นปิ้งย่าง!
ไม่แน่ใจว่าเพราะฉันพกเสื้อแจ็กเก็ตยูนิฟอร์มมาด้วยหรือเปล่า
พนักงานเลยเอาวัวตัวน้อยน่ารักๆ 🐮 มาวางให้ฉัน
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
พอไปถึงที่นั่ง
พนักงานก็จัดเครื่องเคียงหลากหลายอย่างไว้ให้แล้ว เพื่อกินคู่กับเนื้อและช่วยตัดเลี่ยน
มีทั้งกิมจิหลายชนิด ก้านกระเทียมสด ซุปกิมจิ หัวไชเท้าดอง เต้าหู้แข็งวุ้นลูกโอ๊ก สลัด กระเทียมและผักกาดสำหรับห่อ รวมถึงซอสโชยุสดสูตรซิกเนเจอร์ของร้านด้วย
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
ส่วนไฮไลต์อย่าง “เนื้อ 🥩” ที่ “อิลพยอนดึงชิม (일편등심 명동점)” ใช้เนื้อวัวเกาหลีเกรด 1++ (ระดับ BMS 9)
ฉันเพิ่งรู้เมื่อมาถึงที่นี่ 😉
เกรดนี้ถือเป็นระดับท็อป คุณภาพสูงสุดของเนื้อวัวเกาหลี 1++ (ระดับ BMS 9) เทียบได้กับวากิว A5 ของญี่ปุ่น โดยร้านจะโฟกัสคัดเฉพาะชิ้นส่วนหายากระดับท็อป 4% เช่น สันใน ริบอาย และชิ้นพิเศษทรงคล้ายกุ้ง
ครั้งนี้ฉันสั่ง “อิลพยอน SET” ตามที่พนักงานแนะนำ
ในเซ็ตมี:
อิลพยอนดึงชิม (150 กรัม) + เนื้อหัวไหล่ (130 กรัม) + ชิ้นพิเศษ (100 กรัม) + ข้าวเต้าเจี้ยวเนื้อวัวเกาหลี
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
แล้วก็เพิ่มหอยเชลล์ย่างกับบิบิมบับเนื้อดิบที่อยากลองด้วยค่ะ
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
แล้วก็…ทุกครั้งที่กินปิ้งย่างเกาหลี ฉันต้องมี โคคา-โคล่า ของฉันหนึ่งขวด 🥹
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
พนักงานยังเอาวัวตัวน้อยน่ารักๆ 🐮 ไปวางไว้ที่นั่งฝั่งตรงข้ามฉันด้วย
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
หลังสั่งเสร็จ แน่นอนว่าก็ต้องรออาหาร
ฉันเลยถ่ายรูปเล่นระหว่างรอ
แล้วในของตกแต่งบนโต๊ะก็มีหมีตัวน้อยน่ารักๆ 🐻 ด้วย
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
ที่นี่เอาจริงๆ แค่การตกแต่งก็ทำให้อารมณ์ดีขึ้นหลายระดับทันทีเลย 🥹
ต่างจากร้านปิ้งย่างเกาหลีที่ฉันเคยไปอยู่หน่อย
เพราะที่อิลพยอนดึงชิม เขาจะรอให้เรากินเนื้อชิ้นหนึ่งเสร็จก่อน
แล้วค่อยย่างชิ้นถัดไปให้
และเขาย่างทุกอย่างให้สุกระดับมีเดียม
(ซึ่งเป็นระดับความสุกที่ฉันชอบที่สุดพอดีเลย)
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
จากนั้นจะเอาไปวางบนจานที่อุ่นด้วยเทียน
ชิ้นแรกที่ย่างคือเมนู “อิลพยอนดึงชิม (일편등심)” ซึ่งเป็นเนื้อบริเวณสันในด้านใน หรือก็คือเทนเดอร์ลอยน์ (ฟิเลต์มิญอง)
เพราะสันในอยู่ใกล้แนวกระดูกสันหลังและแทบไม่ได้ใช้งานเลย เนื้อจึงนุ่มละมุนมาก ที่ร้านยังแต่งหน้าด้วยแผ่นทองคำกินได้ให้ดูหรูขึ้น รู้สึกเหมือนเป็นพิธีการดินเนอร์จริงๆ 🥹
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
ชิ้นที่สองคือ “ซอลชิซัลลายหิมะ (살치살)”. ขออธิบายก่อนว่าเดิมทีชิ้นนี้ไม่ได้อยู่ใน Ilpyeon Set ของฉัน แต่วันนั้นมีหนึ่งชิ้นในเซ็ตขายหมด พนักงานเลยอัปเกรดให้เป็น “ซอลชิซัลลายหิมะ (살치살)” แทนค่ะ
นี่คือข้อมูลที่ฉันไปหามา 🔽
ซอลชิซัล (살치살) ถูกจัดว่าเป็นชิ้นส่วนระดับท็อป 1% ขึ้นชื่อเรื่องลายมันแทรกจัดๆ เลยละลายในปากด้วยไขมันที่หอมมันเข้มข้น ลายมันละเอียดและกระจายสม่ำเสมอ และจะนุ่มอร่อยที่สุดเมื่อย่างสุกระดับมีเดียม
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
ชิ้นที่สามคือ “เนื้อคอ (제비추리)”
นี่คือข้อมูลที่ฉันไปหามา 🔽
เป็นชิ้นส่วนหายากที่เชื่อมระหว่างด้านในของซี่โครงกับบริเวณคอ เป็นแถบเนื้อเรียวยาวค่อนข้างไม่ติดมัน ใกล้ซี่โครงคู่ที่ 1 ถึง 7 ถึงจะเป็นเนื้อไม่ติดมัน แต่ก็มีมันแทรกเป็นเส้นบางๆ สีแดงเข้ม เคี้ยวเด้งฉ่ำ รสชาติเข้มข้น และถูกยกให้เป็นชิ้นพรีเมียมที่หายาก เพราะบาลานซ์ความนุ่มกับความหนึบได้เป็นเอกลักษณ์
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
หลังจากนั้นก็เป็นหอยเชลล์ย่าง ตามมาด้วยบิบิมบับเนื้อดิบ ซึ่งเป็น 2 เมนูที่ฉันชอบมาก 🥹 ถ้าเห็นอยู่ในเมนูเมื่อไหร่ จะกลายเป็นเมนูที่ต้องสั่งทุกครั้งเลย 😉
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
อย่างสุดท้ายคือข้าวเต้าเจี้ยวเนื้อวัวเกาหลีที่อยู่ในเซ็ต แต่เสียดายที่ฉันบอกไม่ได้จริงๆ ว่าอร่อยไหม
เพราะสำหรับคนที่กินเผ็ดไม่เก่งอย่างฉัน มันเผ็ดเกินไปมาก
แต่พนักงานใส่ใจมากค่ะ มันเป็นจานสุดท้ายที่ฉันกิน
พอวางทิ้งไว้สักพัก เขายังช่วยยกกลับไปอุ่นให้ใหม่อย่างใจดีด้วย
ภาพจากโปรแกรมแก้ไขข้อความ
สิ่งที่ฉันบอกได้คือ
ถึงในเมนูจะไม่ได้ระบุว่าเป็นเซ็ตสำหรับ 2 คน
แต่ฉันคิดว่าสำหรับผู้หญิง แชร์กัน 2-3 คนก็ยังโอเคเลยค่ะ
ถ้ามีโอกาส ลองไปชิมกันนะคะ!
📌แล้วก็อย่าลืมจองล่วงหน้าด้วยนะคะ 📌