พิพิธภัณฑ์ศิลปะ 3 มิติ Trickeye ที่เชจู
연
7 months ago
ทริปนี้ที่เกาะเชจู นอกจากอาหารอร่อยและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว ฉันยังจัดสถานที่สนุกสุดๆ ไว้อีกที่—Trickeye 3D Museum! บอกตรงๆ ตอนแรกแค่อยากหาอะไรทำฆ่าเวลา แต่พอเข้าไปแล้วหยุดไม่ได้เลย สุดท้ายถ่ายรูปในมือถือไปกว่า 500 รูป พอกลับมาต้องมานั่งเลือกจนตาแทบลาย 😂

ทันทีที่คุณเดินเข้าไป คุณอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานด้วยความทึ่ง
จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์ Trickeye 3D คือการใช้ภาพลวงตาและเทคนิคการวาดภาพที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าไปอยู่ในงานศิลปะจริง ๆ ไม่เหมือนพิพิธภัณฑ์ทั่วไปที่คุณทำได้แค่ชื่นชมผลงานอย่างเงียบ ๆ ที่นี่คุณสามารถถ่ายรูป สนุกสนาน และโพสท่าต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่—เป็นประสบการณ์แบบอินเทอร์แอคทีฟอย่างแท้จริง
ตอนแรกฉันรู้สึกเขินนิดหน่อยและคิดว่าการโพสท่าถ่ายรูปอาจจะดูเก้ๆกังๆ แต่พอเห็นทุกคนสบายๆ ฉันก็เลยเข้าร่วมทันที เมื่อฉากหลังเปลี่ยนไป คุณสามารถกลายเป็นฮีโร่ นักผจญภัย ต่อสู้กับไดโนเสาร์ หรือถูกคลื่นยักษ์กลืนกิน ทุกอย่างสนุกมากๆ

ฉากภาพลวงตาสมจริงขั้นสุด
มีหลายส่วนภายใน และแต่ละธีมได้รับการออกแบบอย่างประณีตมาก:
โซนผจญภัย: ฉันถ่ายรูปตัวเองขณะเกาะขอบหน้าผา และมันเกือบทำให้ฉันขาอ่อนด้วยความกลัว
โซนแฟนตาซี: มีทั้งพ่อมด พรมวิเศษ และโลกน้ำแข็งหิมะที่ส่องแสง—เหมือนได้ก้าวเข้าสู่เทพนิยายเลยทีเดียว
โซนสัตว์: น่ารักมาก! ฉลามตัวใหญ่พุ่งออกมาจากกำแพง
พื้นที่ผลงานคลาสสิก: คุณสามารถโต้ตอบกับภาพวาดชื่อดัง เช่น กลายเป็นเพื่อนสนิทของ Mona Lisa—มันตลกมากจริงๆ



แต่ละพื้นที่มีเคล็ดลับเล็กๆ บอกคุณว่า 'ควรโพสท่าอย่างไรให้ดูสมจริงที่สุด' เพื่อนของฉันกับฉันศึกษากันและลองทำตามด้วยกัน บ่อยครั้งที่เราหัวเราะจนถ่ายรูปไม่ได้
ภาพถ่าย 500 รูปเกิดขึ้นได้อย่างไร?
เพราะทุกมุมมันสวยจนถ่ายรูปออกมาดีไปหมด! คุณคิดว่าถ่ายแค่รูปเดียวพอเหรอ? เป็นไปไม่ได้—แค่ฉากเดียวก็ต้องถ่ายแบบปกติ แบบเว่อร์ๆ แล้วก็แบบตลก แถมยังต้องลองหลายมุมอีก แล้วด้วยความที่ฉันเป็นคนที่อยากจะ 'เก็บภาพทุกพื้นที่' สุดท้ายก็เลยถ่ายรูปเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
อีกอย่างหนึ่งที่ฉันต้องพูดถึง—แสงไฟที่นี่ออกแบบมาได้ดีมาก จนแทบไม่ต้องแต่งภาพเพิ่มเลย รูปถ่ายออกมาสวยตั้งแต่ถ่ายจากกล้อง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฉันถึงหยุดถ่ายรูปไม่ได้ และสุดท้ายโทรศัพท์ก็ขึ้นแจ้งเตือนว่า “หน่วยความจำเต็ม” ตลอดเวลา
บรรยากาศสนุกมาก ไม่ต้องกังวลเรื่องความเก้อเขิน
ปกติแล้ว ผู้คนมักจะพูดเสียงเบาเมื่อไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะ แต่ที่นี่กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง มีเสียงหัวเราะอยู่ทุกที่ ผู้คนช่วยกันถ่ายรูป และเมื่อคุณเห็นคนแปลกหน้าทำท่าตลก ๆ คุณก็อดหัวเราะไปด้วยไม่ได้ บรรยากาศที่ผ่อนคลายนี้ทำให้คุณรู้สึกสบายใจอย่างแท้จริง และไม่ว่าคุณจะชอบถ่ายรูปหรือไม่ คุณก็จะสนุกกับที่นี่แน่นอน
ฉากที่ฉันชอบที่สุดคือฉากที่ 'ปลาวาฬตัวใหญ่เปิดปาก' เดิมทีฉันอยากดูเท่ แต่สุดท้ายกลับดูเหมือนกุ้งตัวเล็กๆ ที่กำลังโดนกลืนเข้าไป แล้วฉันก็หยุดหัวเราะไม่ได้ ยังมีฉาก 'หนีออกจากไฟไหม้ครั้งใหญ่' ด้วย ฉันแสดงสมจริงมากจนภาพดูเหมือนฉากในหนังภัยพิบัติจริงๆ
แบ่งปันประสบการณ์เล็กน้อย
ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงในการเล่น แต่พูดตามตรง เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจริงๆ ตอนที่ฉันออกมา ฉันรู้สึกเหนื่อยยิ่งกว่าหลังจากไปสวนสนุกอีก เพราะฉันต้องโพสท่าและวิ่งไปมาตลอดเวลา—มันเหนื่อยมากจริงๆ แต่เพราะเหตุผลนั้นเอง ฉันจึงได้ความทรงจำมากมายและได้ถ่ายรูปเยอะมาก และมันก็ไม่รู้สึกว่าเป็นการเสียเวลาเลย
ฉันคิดว่า Trickeye 3D Museum เหมาะสมมากสำหรับ:
คู่รักที่เล่นด้วยกันจะมีรูปถ่ายหวานๆ
การเดินทางกับครอบครัวจะทำให้เด็ก ๆ หัวเราะอย่างสนุกสนานแน่นอน
กับเพื่อนๆ คุณสามารถถ่ายภาพกลุ่มตลกๆ ได้มากมาย
นอกจากนี้ การมาที่นี่ในวันที่ฝนตกหรือเมื่ออากาศไม่ดีก็เหมาะมาก คุณไม่ต้องกังวลเลยว่าแผนกิจกรรมกลางแจ้งของคุณจะถูกรบกวน
สรุป
ถ้าคุณเหมือนฉันและชอบถ่ายรูป หรือถ้าคุณอยากหาสถานที่สนุก ๆ และผ่อนคลายระหว่างทริปของคุณ Trickeye 3D Museum ใน Jeju คือสถานที่ที่ต้องไปให้ได้แน่นอน แค่ก้าวเข้าไปก็เหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง—คุณจะถ่ายรูปเยอะจนมือเมื่อย แต่เสียงหัวเราะจะไม่มีวันหยุด
เมื่อฉันกลับมาเพื่อจัดระเบียบรูปถ่ายของฉัน ฉันก็ยิ้มและย้อนนึกถึงประสบการณ์นั้นจริงๆ ฉันคิดว่านี่คือ 'เซอร์ไพรส์ไม่คาดคิด' ที่คุ้มค่าที่สุดของทริป Jeju! ถ้ามีโอกาสครั้งหน้า ฉันอยากไปอีกและดูว่าฉันจะทำลายสถิติถ่ายรูป 1,000 รูปได้ไหม 🤣


