logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo

Loading

ตำรวจเพิกเฉยต่อการแจ้งความจนเป็นเหตุทำให้ชายวัย 20 ปีเสียชีวิต

ชายวัย 20 ปีที่มีน้ำหนักตัวเพียง 34 กิโลกรัมถูกพบเสียชีวิต แม้ว่าพ่อผู้เสียชีวิตจะแจ้งความคนหายแต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากตำรวจ

user profile image
마타티카
5 years ago
ตำรวจเพิกเฉยต่อการแจ้งความจนเป็นเหตุทำให้ชายวัย 20 ปีเสียชีวิต

สวัสดีค่ะทุกคน! พวกเรา Creatrip ศูนย์รวบรวมข้อมูลการท่องเที่ยวเกาหลีที่อัพเดทโดยคนเกาหลีในทุก ๆ วัน


#ข่าวเกาหลี #ทำร้ายร่างกาย

#คดีดัง #คนเกาหลี


ชายเกาหลีวัยประมาณ 20 ปี 2 คนถูกกล่าวหาว่าทารุณกรรมเพื่อนวัย 20 ปีที่มีน้ำหนักตัวเพียง 34 กิโลกรัมจนเสียชีวิตภายในที่พักย่านยองดึงโพ แม้ว่าก่อนหน้านี้พ่อของผู้เสียชีวิตจะได้แจ้งความคนหายและมีหลักฐานที่เชื่อมโยงถึงการก่ออาชญากรรม แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ


🤞🏻Subscribe พวกเรา Creatrip บน Youtube

Creatrip Instagram
instagram.com/creatrip.thailand

🎈ข่าวเกาหลี


ตำรวจเพิกเฉยต่อการแจ้งความจนเป็นเหตุทำให้ชายวัย 20 ปีเสียชีวิต

ข่าวเกาหลี

cr. 조선일보


เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานาย A และ B ชายวัย 20 ปีถูกจับในข้อหาฆาตกรรมหลังจากที่ชายวัยประมาณ 20 ปีที่มีความสัมพันธ์แบบเพื่อนกับผู้ต้องหาถูกพบว่าเสียชีวิต (คลิกอ่านข่าว)ในที่พักแห่งหนึ่งในย่านยองดึงโพ จากภาวะขาดสารอาหารและมีน้ำหนักตัวเพียง 34 กิโลกรัมเท่านั้น

ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาโดยกล่าวว่า แม้เพื่อนจะเสียชีวิตแต่ไม่ได้เกิดจากการฆาตกรรมโดยเจตนา จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่านาย A และ B ได้อาศัยอยู่กับผู้เสียชีวิตอย่างน้อยตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว โดยทำการย้ายที่อยู่ไปรอบๆกรุงโซล


ข่าวเกาหลี

cr.야간정보


โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเคยได้รับการแจ้งว่าจากผู้เสียชีวิตว่าถูกเพื่อนทั้ง 2 คนทำร้าย และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งไปยังพ่อผู้เสียชีวิตเพื่อให้มารับตัวกลับ นาย A และ B ที่ถูกสอบสวนแสดงความไม่พอใจอย่างมาก จากนั้นเมื่อเดือนมีนาคมทั้งคู่ได้ทำการลักพาตัวผู้เสียชีวิตจากบ้านที่แดกูมายังย่านยองดึงโพ กรุงโซล

หลังจากนั้นเหยื่อถูกทารุณกรรมด้วยวิธีต่างๆอย่างต่อเนื่องเช่น การทำร้ายร่างกาย รวมถึงให้อดอาหาร เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเหยื่อไม่ได้เป็นลูกหนี้ของนาย A และ B แต่ถูกบังคับให้ทำงานอย่างหนัก ตำรวจกำลังวิเคราะห์บันทึกการโทรผ่านโทรศัพท์มือถือ กล้องวงจรปิด ประวัติการทำธุรกรรมในบัญชีเพื่อกำหนดแรงจูงใจและภูมิหลังของอาชญากรรม

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดีทำร้ายร่างกายได้โทรหานาย A แต่เข้ากลับตอบว่า "ตอนนี้ไม่ได้อยู่โซลเข้าไปให้ปากคำไม่ได้" จากนั้นก็ไม่รับสายตำรวจอีกเลย และยังส่งข้อความหาตำรวจให้ "เพิกถอนคำร้องเรียน" เมื่อพ่อของเหยื่อไม่สามารถติดต่อลูกชายได้ก็ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองแดกูอีกครั้ง


ข่าวเกาหลี

cr. YTN


แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานียองดึงโพที่ทำการสอบสวนเรื่องการทำร้ายร่างกายไม่ทราบเรื่องคดีคนหาย เนื่องจากไม่มีการประสานงานกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของแดกูและยองดึงโพ ทำให้การแจ้งความเรื่องคนหายนั้นไร้ประโยชน์ และการสอบสวนคดีทำร้ายร่างกายก็ยุติลงเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ

โดยเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมสถานีตำรวจยองดึงโพในกรุงโซลที่สืบสวนคดีการทำร้ายร่างกายตัดสินใจไม่ส่งต่อเรื่องร้องเรียนการบาดเจ็บของเหยื่อไปยังอัยการ โดยผู้ต้องหาพยายามแทรกแซงการสอบสวนโดยบังคับให้เหยื่อแจ้งความเท็จถึง 2 ครั้ง นอกจากนั้นยังมีการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบอีก 4 นายจากสถานียองดึงโพเพิ่มเติมอีกด้วย

ที่มา SBS뉴스, YTN



🤞🏻Subscribe พวกเรา Creatrip บน Youtube

Creatrip Instagram
instagram.com/creatrip.thailand

🎈ช้อปปิ้ง|สั่งซื้อสินค้าเกาหลี