logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo

พื้นที่พิเศษในเกาหลี

เชื่อหรือไม่? ที่เกาหลีมีพื้นที่พิเศษที่ห้ามเด็ก, Youtuber, หรือแม้แต่ผู้นับถือศาสตร์คริส!

user profile image
Jihyun Lee
5 years ago
พื้นที่พิเศษในเกาหลี

cr. 익스트림무비, 한국일보

สวัสดีค่ะทุกคน! พวกเรา Creatrip ศูนย์รวบรวมข้อมูลการท่องเที่ยวเกาหลีที่อัพเดทโดยคนเกาหลีในทุก ๆ วัน


#วัฒนธรรมเกาหลี #คนเกาหลี

#เที่ยวเกาหลี #โซน


คนที่เคยมาเที่ยวเกาหลีน่าจะต้องเคยเข้าร้านอาหารหรือคาเฟ่กันทุกคน แล้วเคยสังเกตเห็น NO ○○ ZONE ซึ่งถือเป็นโซนพิเศษที่ห้ามบุคคลบางกลุ่มเข้าเช่น เด็กหรือแม้แต่ Youtuber ค่ะ

วันนี้เรามาดูกันว่าที่เกาหลีมี NO ○○ ZONE ไหนบ้างที่น่าสนใจและน่าประหลาดใจค่ะ



🤞🏻Subscribe พวกเรา Creatrip บน Youtube

Creatrip Instagram
instagram.com/creatrip.thailand

🎈ช้อปปิ้ง|สั่งซื้อสินค้าเกาหลี



NO ○○ ZONE

วัฒนธรรมเกาหลี



NO ○○ ZONE ถือเป็นพื้นที่พิเศษที่มีในพื้นที่สาธารณะ เช่น คาเฟ่หรือร้านอาหารบางแห่งก็มี NO ○○ ZONE เหมือนกันค่ะ โดยส่วนใหญ่จะแปะประกาศที่หน้าร้านเป็นการห้ามบุคคลบางกลุ่มเข้าใช้บริการค่ะ


วัฒนธรรมเกาหลี

출처: NEWS1


แม้ว่า NO ○○ ZONE จะไม่ได้เป็นกฎหมาย แต่เป็นเพียงข้อห้ามที่กำหนดขึ้นเฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น โดยพื้นที่พิเศษนี้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อปี 2014 และกลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมเกาหลีค่ะ

ต่อไปเราจะมาแนะนำ NO ○○ ZONE ที่มีในประเทศเกาหลีว่ามีอะไรบ้าง ?


ประเภทของ NO ○○ ZONE

โซนต้องห้ามสำหรับเด็ก (No Kids Zone)

คาเฟ่เกาหลี

cr. 주간현대


No Kids Zone เป็นพื้นที่ห้ามเด็กที่อายุต่ำกว่า 13 ปีตามอายุเกาหลี (12 ปี) เข้าใช้บริการ ถือเป็น NO ○○ ZONE แรกๆที่เกิดขึ้นและแพร่กระจายในเกาหลีค่ะ ซึ่งไม่ได้รวมกับร้านเหล้าหรือสถานบันเทิงที่เด็กห้ามเข้าตามกฎหมาย แต่หมายถึงพื้นที่ร้านอาหาร, คาเฟ่หรือโรงภาพยนตร์ทั่วไปค่ะ

No Kids Zone เกิดขึ้นเมื่อปี 2014 ในเขตฮงแด, คังนัม และพื้นที่ร้านเหล้าในโซล รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวดังๆอย่างปูซานและเกาะเชจูค่ะ


ร้านอาหารเกาหลี

cr. 일요서울


No Kids Zone เกิดขึ้นเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อปี 2012 โดยมีคุณแม่คนหนึ่งบ่นบนอินเตอร์เน็ตว่าลูกของเธอได้รับบาดเจ็บที่หน้าในร้านอาหาร จากซุปร้อนๆที่ผู้หญิงคนหนึ่งถือ ทำให้ผู้หญิงคนนั้นได้รับคำพิพากวิจารณ์บนโลกอินเตอร์เน็ตค่ะ


คาเฟ่เกาหลี

cr. 동아 DB


แต่หลังที่ภาพจากกล้อ CCTV ถูกเผยแพร่สถานการณ์ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เพราะความจริงคือเด็กคนดังกล่าววิ่งเล่นในร้านอาหารและไปชนกับผู้หญิงที่ถือถ้วยซุปอยู่ค่ะ

เมื่อผู้คนเห็นภาพก็รู้สึกตกใจมากที่เด็กวิ่งไปมาในพื้นที่สาธารณะ โดยที่ผู้ปกครองไม่ได้จัดการอะไรเลย แถมยังโกรธเมื่อลูกของตัวเองได้รับบาดเจ็บค่ะ


เด็กเกาหลี


นอกจากนั้นยังมีเหตุการณ์ที่ผู้ปกครองปล่อยให้เด็กวิ่งเล่น หรือกรีดร้องไปทั่ว รวมถึงผู้ปกครองบางคนก็เปลี่ยนผ้าอ้อมกลางคาเฟ่หรือร้านอาหาร ทำให้เกิด No Kids Zone ขึ้นค่ะ

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เด็กส่งเสียงรบกวนหรือเกิดอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่ความรับผิดชอบจะตกเป็นของเจ้าของร้าน ดังนั้นจึงมีคนมากมายที่สนับสนุนให้มี No Kids Zone ค่ะ




เด็กเกาหลี


แต่ก็มีหลายคนที่บอกว่า No Kids Zone เป็นการเลือกปฎิบัติและไม่ยุติธรรมสำหรับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยอ้างว่าทุกคนล้วนเคยเป็นเด็กมาก่อน และการใช้ชีวิตในสังคมเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเติบโตของเด็ก แล้วทุกคนคิดยังไงคะ?


พื้นที่ต้องห้ามสำหรับวัยรุ่น

วัยรุ่นเกาหลี


No Youth Zone เป็นพื้นที่ที่ห้ามเด็กชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายเข้าใช้บริการค่ะ

ที่ปูซานมีคาเฟ่แห่งหนึ่งที่เป็น No Youth Zone โดยมีประกาศเขียนว่า "เมื่อเร็วๆนี้มีเด็กมัธยมมาใช้บริการแต่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทั้งสูบบุหรี่, ถุยน้ำลายลงพื้น และใช้คำหยาบคาย เพื่อบรรยากาศที่ดีของร้านจึงไม่อนุญาตให้เด็กมัธยมเข้าใช้บริการ "ค่ะ


วัยรุ่นเกาหลี

cr. 익스트림무비


วัยรุ่นส่วนใหญ่โดยเฉพาะเด็กผู้ชายจะชอบรวมกลุ่มกัน และเมื่อเข้าใช้บริการสถานที่ต่างๆมักจะยึดโต๊ะ หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น สูบบุหรี่ หรือรบกวนแขกคนอื่นๆ ดังนั้นจึงมีบางพื้นที่ไม่อยากให้บริการเด็กวัยรุ่นค่ะ

โดยผู้ที่เสนอกฎนี้ได้อ้างว่าเป็นการปกป้องสิทธิ์ของเจ้าของร้านและแขกคนอื่นๆ ดังนั้นเด็กที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก็ไม่ควรเข้าใช้บริการเพราะพวกเขาก็ไม่ได้แสดงถึงมารยาทแต่แรกค่ะ


วัยรุ่นเกาหลี


แต่ในทางตรงกันข้าม เด็กที่มีพฤติกรรมดีทั้งหมดก็ได้รับผลกระทบต่อกฎนี้เช่นกัน และบอกว่าเยาวชนเหล่านี้ควรได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่านี้ โดยไม่มีการเหมารวมแบบนี้ค่ะ


พื้นที่ต้องห้ามสำหรับการเรียน

คาเฟ่เกาหลี

cr. 식품외식경영


No Study Zone เป็นโซนพิเศษที่มีในคาเฟ่ โดยปกติเด็กเกาหลีมักจะออกมานั่งอ่านหนังสือกันที่คาเฟ่จนมีคำที่เรียกกันว่า "คากงจก" (카공족) โดยเป็นสไตล์การเรียนที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะและมีเสียงเล็กน้อยค่ะ

นอกจากนั้นร้านคาเฟ่ในเกาหลีส่วนใหญ่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการเรียน เช่น ปลั๊กไฟและ Wi-Fi ที่เร็วและสะดวกมาก คาเฟ่ขนาดใหญ่ใกล้มหาวิทยาลัยและสถานศึกษาสอบรับราชการจะมีคนอ่านหนังสือเยอะมากๆ และมีหลายคาเฟ่ที่ทำการตกแต่งบรรยากาศที่เหมาะกับการเรียนค่ะ


คาเฟ่เกาหลี


แต่สำหรับคาเฟ่ทั่วไปที่มีลูกค้าเข้าออกเป็นประจำ และมีพื้นที่ไม่มากที่จะให้คนมานั่งแช่เป็นเวลานานๆเหมือนกับคนที่มาอ่านหนังสือค่ะ

แต่ก็มีคนที่มาอ่านหนังสือ 2-3 ชั่วโมงแต่สั่งเครื่องดื่มแค่อย่างเดียว ทำให้ร้านคาเฟ่ได้รับผลกระทบและอาจทำให้ลูกค้าประจำที่ต้องการสั่งเครื่องดื่มปกติลดลงได้ค่ะ


คาเฟ่เกาหลี


นอกจากนั้นยังมีคนที่ไปอ่านหนังสือ ร้องเรียนลูกค้าคนอื่นว่าส่งเสียงดังรบกวนการอ่านหนังสือด้วยค่ะ

แต่ในทางตรงกันข้ามเหล่าคนที่ต้องการนั่งอ่านหนังสือในคาเฟ่ก็บอกว่าไม่ยุติธรรมเพราะพวกเขาก็จ่ายเงินเหมือนกัน แต่ก็มีหลายคนที่ไม่สั่งอะไรเลยหรือไม่ก็สั่งแค่ของราคาถูกที่สุดซึ่งรบกวนทั้งลูกค้าคนอื่นและระบบของร้านด้วยค่ะ


พื้นที่ต้องห้ามสำหรับ Youtuber
ร้านอาหารเกาหลี

ประกาศด้านบนเขียนว่า "ร้านนี้ไม่อนุญาติให้มีการถ่ายทำหรือไลฟ์สดขณะกินอาหาร เพราะรบกวนการรับประทานอาหารของลูกค้าคนอื่น" ความจริงการถ่ายทำของ Youtuber หรือการไลฟ์สดถือเป็นการโปรโมทร้านอาหารแต่ทำไมถึงมีพื้นที่ต้องห้ามสำหรับเหล่า Youtuber ?


ร้านอาหารเกาหลี


ร้านอาหารที่มีการถ่ายทำโดย Youtuber มักจะได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ปัญหาคือเหล่า YouTuber และ BJ บางคนถ่ายวิดีโอโดยไม่ได้ขออนุญาต ทำให้ลูกค้าและพนักงานได้รับผลกระทบ ไม่เพียงแต่ส่งเสียงดังขณะออกอากาศและรบกวนเวลารับประทานอาหารของผู้อื่นค่ะ

และยังถ่ายทำในครัวหรือมีภาพของแขกคนอื่นๆ ผู้ใช้ YouTube บางคนขอทานอาหารฟรีโดยอ้างว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ค่ะ


ร้านอาหารเกาหลี

cr. 세계일보


หลายๆคนพอใจกับ No Youtuber Zone เพราะไม่เพียงแต่จะสร้างความเสียหายให้กับร้านเท่านั้นแต่ยังสร้างความเสียหายต่อลูกค้าประจำอีกด้วยค่ะ แต่ผู้ใช้ YouTube บางคนโต้แย้งว่าการอนุญาตให้ผู้คนถ่ายรูปอาหารและอัปโหลดไปยังโซเชียลก็ไม่ต่างกัน โดยบอกว่า No Youtuber Zone เป็นการเลือกปฏิบัติค่ะ

No Believer Zone

กลุ่มเจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันเชื้อโรค กำลังทำงานร่วมกันบริเวณหน้าศูนย์โบสถ์ในเกาหลีใต้ ซึ่งมีโปสเตอร์ขนาดใหญ่ประกาศจำนวนสมาชิกคริสตจักร

cr. 뉴시스


No Believer Zone เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วจากเหตุการณ์โควิดค่ะ เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคมเกิดการแพร่ระบาดระลอกที่ 1 เกิดขึ้นในเกาหลีและครั้งที่ 2 ประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน ซึ่งทั้ง 2 ครั้งเกิดจากการรวมตัวของโบสถ์ในเกาหลีค่ะ

โดยครั้งที่ 1 เกิดจากโบสถ์ชินซอนจิ ครั้งที่ 2 เกิดจากโบสถ์แคชิน ซึ่งขณะนั้นคนเกาหลีต่างร่วมมือกันในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด แต่เพราะสมาชิกของโบสถ์ที่ฝ่าฝืนทำให้เกิดการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ค่ะ


ศาสนา

cr. 뉴스핌, 오마이뉴스


ทำให้ภาพลักษณ์ของสมาชิกโบสถ์คริสต์เตียนในเกาหลีกลายเป็นลบในสายตาคนเกาหลี และก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นซ้ำๆ ทำให้ร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับโบสถ์ห้ามไม่ให้สมาชิกโบสถ์เข้าใช้บริการค่ะ


จุดประสงค์ของ NO ○○ ZONE

1. อิสระในการทำธุรกิจ

มารยามเกาหลี


NO ○○ ZONE ของทั้งเด็ก, วัยรุ่น, ผู้อ่านหนังสือ, เหล่ายูทูปเบอร์หรือแม้แต่ผู้ศรัทธา เกิดขึ้นเพื่ออิสระในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการ รวมทั้งเป็นการปกป้องเจ้าของร้าน เนื่องจากพวกเขาเหล่านั้นสามารถสร้างความเสียหายด้านจิตใจให้กับเจ้าของธุรกิจได้ค่ะ


มารยามเกาหลี


นอกจากนี้ตามมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐเกาหลีรับรองเสรีภาพในการทำธุรกิจ รวมถึงการเลือกอาชีพ เนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นพื้นฐานของกฎหมายทั้งหมดจึงเป็นการรับประกันเสรีภาพในการทำธุรกิจในเกาหลี แม้ว่าะทำ NO ○○ ZONE ก็ไม่สามารถคัดค้านได้ค่ะ


2. สิทธิของลูกค้า

มารยามเกาหลี


เมื่อปี 2019 Trend Monitor บริษัทวิจัยตลาดทำการสำรวจเกี่ยวกับเขตห้ามเด็กในผู้ใหญ่ 1,000 คนทั่วประเทศ 6 ใน 10 คนหรือ 66.1% กล่าวว่าพวกเขาสนับสนุน No Kids Zone และ 75.3% (อาจตอบซ้ำกันได้) ตอบว่า "ในฐานะแขก คุณมีสิทธิ์ที่จะไม้ต้อรู้สึกอึดอัดหรือได้รับความเสียหาย"


มารยามเกาหลี


ตัวอย่าง เช่น No Kids Zone จะเห็นว่าไม่เพียงแต่ผู้ประกอบธุรกิจเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบแต่รวมถึงลูกค้าทั่วไปที่ต้องทนทุกข์จากความไม่สะดวกด้วย ดังนั้น NO ○○ ZONE จึงเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของลูกค้าประจำรายอื่นๆค่ะ


3. การเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค

มารยามเกาหลี


บางคนเชื่อว่าการแพร่กระจายของ NO ○○ ZONE เป็นการเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้บริโภคค่ะ

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่ชื่นชอบคาเฟ่ที่มีเสียงดังสามารถเลือกคาเฟ่ No Study Zone และผู้ที่ชื่นชอบคาเฟ่ที่เงียบสงบสามารถเลือกร้านกาแฟอื่นที่ไม่ใช่ No Study Zone ได้ หรือถ้าต้องการไปร้านอาหารที่ปลอดภัยในกรณีที่เกิดการระบาดของโคโรนาที่เกิดจากคริสตจักรก็สามารถเลือกร้านอาหาร No Believer Zone ได้ค่ะ


การต่อต้าน NO ○○ ZONE

1. การเลือกปฏิบัติต่อคนบางกลุ่ม

วัฒนธรรมเกาหลี


บรรดาผู้ที่ต่อต้าน NO ○○ ZONE อ้างว่า NO ○○ ZONE เป็นการเลือกปฏิบัติและสร้างความเกลียดชังได้ ในปี 2017 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของเกาหลีได้วินิจฉัยว่า No Kids Zone เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรตามอายุ แม้ว่าจะมีการรับประกันเสรีภาพในการดำเนินธุรกิจแต่ต้องมีเหตุผลสมควรที่จะแยกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งออกจากการใช้บริการค่ะ


วัฒนธรรมเกาหลี

cr. 뉴시스


ยกตัวอย่าง เช่น พื้นที่ห้ามสูบบุหรี่ ที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันสุขภาพของคนอื่นๆ แต่ผู้ชายเกาหลีมีแนวโน้มที่จะสูบบุหรี่มากขึ้น การที่สร้างโซนที่ปลอดบุหรี่ก็คงสร้างความไม่พอใจไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ?


วัฒนธรรมเกาหลี


มีคนที่โต้แย้งว่าการเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน ทำให้คนบางกลุ่มถูกกีดกันจากการใช้บริการเพียงเพราะว่าอยู่ในกลุ่มๆนั้นแม้จะไม่ทำอะไรเลยก็ตามค่ะ


2. การสร้างความเกลียดชังให้กับคนบางกลุ่ม

วัฒนธรรมเกาหลี


NO ○○ ZONE กำลังถูกเชื่อมต่อกันในสังคมที่ถูกปิดกั้นจากกลุ่มคนบางกลุ่ม เด็กทุกคนไม่ได้ตะโกนในที่สาธารณะ นักเรียนมัธยมต้นและปลายไม่ได้มีพฤติกรรมแย่ๆทุกคนค่ะ

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีความขัดแย้งทางสังคม พวกเขาจะไม่แก้ไขแต่าจะตัดและปิดกั้นอย่างการใช้ NO ○○ ZONE เพราะฉะนั้นภายในสังคมนั้นจะถูกแบ่งแยกเป็นพวกพ้องค่ะ


วัฒนธรรมเกาหลี

cr. 대구신문


ด้วยเหตุผลนี้ร้านอาหารบางร้านจึงใช้คำว่า "NO bad parent ZONE" มากกว่า "No Kids Zone" โดย No bad parent Zone คือการปฏิเสธผู้ปกครองที่ละเลยการอบรมแก่บุตรหลานอย่างเหมาะสมเกี่ยวกับมารยาทและการปฎิบัติตัวค่ะ

โดยคนส่วนใหญ่มองว่า NO bad parent ZONE แสดงออกได้ดีกว่า No Kids Zone มาก เพราะเป็นการยอมรับความผิดพลาดที่เด็กๆ ทำได้ในกระบวนการเติบโตโดยไม่เลือกปฏิบัติ และเน้นย้ำว่าความผิดไม่ได้อยู่ที่ตัวเด็กแต่อยู่กับผู้ปกครองที่ไม่ได้ควบคุมดูแลค่ะ



วัฒนธรรมเกาหลี

นี่ก็คือเรื่องราว NO ○○ ZONE ในเกาหลี ทุกคนเห็นด้วยกับแนวคิดนี้หรือเปล่าคะ? ถ้าเป็นไปได้อยากให้ประเทศไทยของเรามี NO ○○ ZONE สำหรับกลุ่มไหนบ้าง?


🤞🏻Subscribe พวกเรา Creatrip บน Youtube

Creatrip Instagram
instagram.com/creatrip.thailand

🎈ช้อปปิ้ง|สั่งซื้อสินค้าเกาหลี

FAQ
สร้างโดย AI