logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo

บุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจของภาพยนตร์ Miracle in Cell No.7 เสียชีวิตแล้ว

บุคคลผู้เป็นต้นแบบของตัวละครหลักจากเรื่อง Miracle in Cell No.7 เสียชีวิตในวัย 87 ปีและติดคุก 15 ปีโดยไม่ได้รับการชดเชย

Jeongyeong Yeo
5 years ago
บุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจของภาพยนตร์ Miracle in Cell No.7 เสียชีวิตแล้ว

Miracle in Cell No. 7

สวัสดีค่ะทุกคน! พวกเรา Creatrip ศูนย์รวบรวมข้อมูลการท่องเที่ยวเกาหลีที่อัพเดทโดยคนเกาหลีในทุก ๆ วัน


#ปาฏิหาริย์ห้องขังหมายเลข7

#ภาพยนตร์เกาหลี

#เสียชีวิต #หนังเกาหลี


ภาพยนตร์เรื่อง Miracle in Cell No.7 หรือปาฎิหาริย์ห้องขังหมายเลข 7 เป็นภาพยนตร์เกาหลีที่ทำรายได้ใน Box Office เกาหลีอย่างมากและมีผู้เข้าชมนับสิบล้านครั้ง เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากเค้าโครงเหตุการณ์จริงของความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นจริงในสังคมเกาหลี

และตอนนี้บุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เสียชีวิตลงไปแล้ว และเขาต้องจำคุกเป็นเวลา 15 ปีโดยที่ไม่ได้รับการชดเชยค่ะ


🤞🏻Subscribe พวกเรา Creatrip บน Youtube

Creatrip Instagram
instagram.com/creatrip.thailand

🎈ช้อปปิ้ง|สั่งซื้อสินค้าเกาหลี


ปาฏิหาริย์ห้องขังหมายเลข7

กลุ่มผู้ต้องขังในชุดนักโทษสีส้มกำลังเดินออกกำลังกายในสนาม ภาพจากภาพยนตร์ Miracle in Cell No. 7

Cr. Miracle in Cell No.7

"ปาฎิหาริย์ห้องขังหมายเลข 7" เป็นเรื่องราวของพ่อผู้พิการทางสมอง "ยองกู" ที่ถูกเข้าใจผิดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการข่มขืนและสังหารเด็ก โดยเขาถูกบังคับให้รับสารภาพภายใต้แรงกดดันของตำรวจ จนในที่สุดเขาถูกตัดสินประหารชีวิตค่ะ

และเพื่อให้ยองกูได้เห็นลูกสาวสุดที่รักก่อนเสียชีวิตเขาจึงร่วมมือกับเพื่อนๆในห้องขังในการลักลอบนำลูกสาวเข้ามาในคุก


ผู้ต้องขังในห้องขังหมายเลข 7 กำลังนั่งล้อมรอบกันและอ่านจดหมาย ภาพจากภาพยนตร์ Miracle in Cell No. 7

Cr. Miracle in Cell No.7

ส่วนที่ซาบซึ้งที่สุดของหนังไม่มีอะไรมากไปกว่าการเปลี่ยนคุกอันหนาวเหน็บและโหดเหี้ยมให้กลายเป็นสถานีถ่ายทอดความอบอุ่นและถือเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายในห้องขังหมายเลข 7 ทำให้ผูชมหลายคนต้องเสียน้ำตาในตอนสุดท้ายค่ะ

เรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน 1972 เมื่อมีการพบศพของเด็กหญิงวัย 9 ขวบบนสันเขาในจังหวัดชุนชอน หลังจากระบุตัวตนก็พบว่าเหยื่อถูกรัดคอหลังจากถูกข่มขืน ในเวลานั้นเนื่องจากเหยื่อเป็นลูกสาวของหัวหน้าสถานีตำรวจรัฐบาลเกาหลีใต้จึงถือเป็นเหตุการณ์ที่ "ท้าทายอำนาจ"

เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เกี่ยวข้องถึงกับออกคำสั่ง โดยมีเวลากำจัดในการจับกุมนักโทษโดยเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบค่ะ

ตำรวจเชื่อว่าเจ้าของร้านขายการ์ตูนจอง วอนซอบ (정원섭) เป็นคนร้ายเพราะเหยื่อมีตั๋วเข้าร้านการ์ตูนอยู่ในกระเป๋า ตำรวจจับกุมจอง วอนซอบในวันสุดท้ายของเส้นตาย (10 ตุลาคม)ค่ะ


จอง วอนซอบ

Cr. 연합뉴스/동아일보


แม้ในเวลานั้นจอง วอนซอบจะปฏิเสธความผิดทั้งหมดโดยกล่าวว่าเด็กหญิงที่ตกเป็นเหยื่อไม่ได้มาที่ร้านในวันเกิดเหตุ แต่ตำรวจยังคงใช้กำลังบังคับให้สารภาพและปลอมแปลงหลักฐานเพื่อชักจูง ในท้ายที่สุดเขาก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีข่มขืนและฆาตกรรมถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตครั้งแรกในปี 1973 ต่อมาคำอุทธรณ์ของเขาถูกปฏิเสธและจะต้องจำคุกได้เท่านั้นค่ะ

15 ปีต่อมาจอง วอนซอปได้รับการปล่อยตัวในปี 1987 และเดือนพฤศจิกายนปี 1999 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลสูงกรุงโซลเพื่อพิจารณาคดีใหม่ แม้ว่าศาลจะปฏิเสธมาแล้วหลายครั้ง แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้และไปที่คณะกรรมการคัดแยกประวัติศาสตร์ในปี 2005 เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของเขาในที่สุดในเดือนธันวาคม 2007 องค์กรได้ยื่นคำตัดสินที่ปรึกษาต่อศาลเพื่อพิจารณาคดีใหม่

จอง วอนซอบแย้งว่าคำสารภาพในเวลานั้นเกิดจากการทรมานและสร้างหลักฐาน ฝ่ายที่ปรากฏตัวในศาลในฐานะพยานขอโทษเขาระหว่างทางกลับไปที่หอประชุมและพบว่ามีการปลอมแปลงข้อเท็จจริงในปีนั้นค่ะ

และในเดือนพฤศจิกายน 2008 ศาลแขวงชุนชอนที่รับผิดชอบการพิจารณาคดีได้ขอโทษจอง วอนซอบนอกจากนี้ศาลสูงยังตัดสินให้เขาพ้นโทษอย่างเป็นทางการในปี 2011 ถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาในระดับชาติและถูกดัดแปลงจนกลายเป็นภาพยนตร์เรื่อง "Miracle in Cell No.7 " ที่เรียกน้ำตามากที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์เกาหลีค่ะ


พ้นผิด

Cr. YTN


แม้ว่าในตอนท้ายของภาพยนตร์ตัวละครหลักจะคงยืนอยู่บนแท่นประหารชีวิต แต่ในเหตุการณ์จริงจอง วอนซอบ พูดอย่างเรียบเฉยหลังจากรู้ข่าวว่า "ผมต้องการคำขอโทษอย่างสมเกียรติและยื่นขอการพิจารณาคดีใหม่และตอนนี้ผมได้รับการขอโทษอย่างแท้จริงแล้ว"

ต่อมาจอง วอนซอบได้ยื่นฟ้องต่อตำรวจที่บังคับให้เขาสารภาพผิดและชนะคดีโดยได้รับเงินกว่า 2.3 พันล้านวอน แต่แพ้การฟ้องร้องต่อรัฐศาลและอัยการค่ะ

เหตุผลที่แพ้คดีเพราะ เชื่อได้ว่าศาล(ตอนนั้น)ไม่ทราบการกระทำที่ผิดกฎหมายของตำรวจและไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุว่าหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องละเมิดอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และแม้ว่าเขาชนะคดีในกรณีแรกเขาสามารถได้รับมากกว่า 2.6 พันล้านวอน แต่เขาแพ้ในการอุทธรณ์ครั้งที่ 2 เนื่องจากศาลยืนยันว่า "ต้องฟ้องคดีภายใน 6 เดือนหลังจากการตัดสินคดีอาญา " ในเวลานั้นเขาได้ยื่นฟ้องคดีช้าไป 10 วันและจบลงด้วยความสูญเสียค่ะ

ในที่สุดจอง วอนซอบผู้ที่เป็นแรงบับดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง "Miracle in Cell No.7 " ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2021 ด้วยวัย 87 ปีค่ะ.......



🤞🏻Subscribe พวกเรา Creatrip บน Youtube

Creatrip Instagram
instagram.com/creatrip.thailand

🎈ช้อปปิ้ง|สั่งซื้อสินค้าเกาหลี